วาร์ดี้ ยิงปิดท้าย เลสเตอร์ 10 ตัวบุกชนะ ไบรท์ตัน ครั้งแรกในรอบ 6 ปี

เลสเตอร์ ซิตี้ โชว์ความเขี้ยว บุกไปเอาชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ถึงสนาม เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม 2 ประตูต่อ 0 แม้จะเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนหลัง วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ โดนใบแดงในช่วงท้ายเกม

ก่อนลงสนาม “จิ้งจอกสยาม” มีอยู่ 40 แต้มรั้งอันดับ 8 ของตาราง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตามหลัง เบิร์นลี่ย์ อยู่ 3 แต้ม ซึ่งถ้า เลสเตอร์ สามารถบุกไปชนะ ไบรท์ตัน และ เบิร์นลีย์ แพ้ ก็จะแซงขึ้นไปรั้งอันดับ 7 ของตารางด้วยประตูได้เสียที่ดีกว่า

ในครึ่งแรกเป็นเจ้าบ้าน ไบรท์ตัน ฯ ครองเกมได้เหนือกว่า และกดดันหนักจน วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ต้องมาโดนใบเหลืองจากจังหวะไปตัดเกมใส่ บราฮาม คายาล ปีกของ “นกนางนวล” หมด 45 นาทีแรกเจ้าบ้านดีกว่าทั้งเปอร์เซ็นต์การครองบอลและจังหวะทำประตู

เริ่มครึ่งหลังเริ่มมาได้เพียง 10 นาที โคล้ด ปูแอล เปลี่ยนแทคติกด้วยการส่ง ฟุสซานี่ เดียบาเต้ ลงมาแทน ชินจิ โอกาซากิ และปรับแผนมาเล่น 4-4-1-1 โดยใช้ ริยาด มาห์เรซ ยืนหลัง เจมี่ วาร์ดี้

แม้ว่าจังหวะเกมของ เลสเตอร์ ซิตี้ จะเร็วกว่าในครึ่งแรกแต่โดยรวมก็ยังเป็นเจ้าบ้านอย่าง ไบรท์ตัน ฯ ที่ทำได้ดีกว่าและหาโอกาสจบได้เรื่อยๆ ก่อนที่ในนาทีที่ 76 ไบรท์ตัน ฯ จะมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ ซอลลี่ มาร์ช เลื้อยเข้าไปกรอบเขตโทษ ก่อนจะไหลบอลให้ โฮเซ่ อิเซเกียโด้ แตะบอลได้ก่อน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กลายเป็นกองหลังทีมชาติอังกฤษเข้าบอลช้า และเสียจุดโทษ

แต่ต้องชม แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ที่อ่านใจ เกลน เมอร์รี่ย์ พุ่งเซฟทางซ้ายมือของตัวเอง ทำให้เกมยังคงอยู่ที่ 0 ประตูต่อ 0 และดูเหมือนว่านักเตะ “จิ้งจอกสยาม” จะมีฮึด และมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 83 จากจังหวะที่ เบน ชิลเวลล์ ได้ตั้งป้อมเปิดจากนอกกรอบเขตโทษ บอลมาถึง บิเซนเต้ อิบอร์ร่า วิ่งมาโหม่งแบบไม่มีตัวประกบ กลายเป็นแอสซิสต์ที่ 2 ของดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษในฤดูกาลนี้ เลสเตอร์ ขึ้นนำ 1 ประตูต่อ 0

หลังจากได้ประตูขึ้นนำกุนซือชาวฝรั่งเศสตัดสินใจสั่งลูกทีมเล่นเกมรับ ถอด ริยาด มาห์เรซ ปีกทีมชาติแอลจีเรียที่โดนแฟน “นกนางนวล” โห่ตลอดทั้งเกม และส่ง คริสเตียน ฟุคส์ ลงมายืนแบ็คซ้าย โดยปรับเอา ชิลเวลล์ ยืนสูงขึ้น แต่หลังจากเปลี่ยนตัวได้เพียงนาทีเดียว เลสเตอร์ ก็ต้องมาเหลือนักเตะเพียง 10 คนจากจังหวะที่ เอ็นดิดี้ เข้าพรวดใส่ ดาวี่ย์ พร็อพเพอร์ ทำให้ผู้ตัดสิน คริส คาวานาฟห์ ชูใบแดงไล่ออกจากสนาม และกลายเป็นใบแดงที่ 2 ในฤดูกาลนี้ของกลางห้องเครื่องทีมชาติไนจีเรียด้วย

แม้จะเหลือ 10 คน แต่กลายเป็น เลสเตอร์ ที่มาได้ประตูปิดกล่องจากตัวสำรอง เดมาราย เกรย์ ที่เปิดถวายพานให้ วาร์ดี้ ชาร์จโล่งๆ ทำให้จบ 90 นาที เลสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเก็บ 3 แต้มสำคัญจาก ไบรท์ตันฯ ได้สำเร็จ มีเพิ่มเป็น 43 คะแนนยังคงตามหลัง เบิร์นลี่ย์ ที่บุกไปชนะ เวสต์บรอมวิช ได้เช่นกัน

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ เลสเตอร์ หยุดสถิติชนะ 4 นัดหลังสุดของ ไบรท์ตัน ที่สนาม เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม ได้สำเร็จและเป็นการชนะที่สนามแห่งนี้ได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ “นกนางนวล” เปลี่ยนรังเหย้าเป็นสนามแห่งนี้เมื่อปี 2012 อีกด้วย

เกมต่อไป เลสเตอร์ จะได้กลับไปเล่นที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ในเสาร์หน้า เวลา 21 นาฬิกาตามเวลาในประเทศไทย รับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่วันนี้เพิ่งจะจะเอาชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ได้เช่นเดียวกัน