Player Profile

คริสเตียน ฟุคส์
Christian Fuchs

28 แบ็คซ้าย / เซ็นเตอร์แบ็ค

Nationality :ออสเตรีย
Date Of Birth :7 เมษายน 1986
Height :186
Weight :80
  • LB / CBPosition
  • -Games Played
  • -Minutes Played
  • มิถุนายน 2015Starts
  • -Substitution On
  • -Substitution Off
  • -Passes
  • -Passing Accuracy
  • -Passing Accuracy opp. Half
  • -Duels Won
  • -Duels Lost
  • -Duels Won (%)
  • -Aerial Duels Won
  • -Aerial Duels Lost
  • -Aerial Duels Won (%)
  • -Recoveries
  • -Tackles Won
  • -Tackles Lost
  • -Tackles Won (%)
  • -Clearances
  • -Blocks
  • -Interceptions
  • -Penalties Conceded
  • -Fouls Won
  • -Fouls Conceded
  • -Yellow Cards
  • -Red Cards
  • -Goals
  • -Penalty Goals
  • -Minutes Per Goal
  • -Total Shots On Target
  • -Total Shots Off Target
  • -Shooting Accuracy
  • -Successful Crosses
  • -Unsuccessful Crosses
  • -Successful Crosses (%)
  • -Assists
  • -Chances Created
  • -Penalties Won
  • -Offsides

ประวัติของ คริสเตียน ฟุคส์

คริสเตียน ฟุคส์ (Christian Fuchs) เป็นการเซ็นสัญญารายแรกของ เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์ 2015 หลังย้ายมาจาก ชาลเก้ รับสัญญา 3 ปีในถิ่น คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

จากบทบาทกัปตันทีมชาติออสเตรีย ก็พอจะทำให้ได้รู้ว่า กองหลังรายนี้ประสบการณ์ ข้นคลั่กแค่ไหน ช่วงเวลา 4 ปีที่ค้าแข้งอยู่ในเยอรมัน ฟุคส์ เคยเป็นแชมป์เดเอฟเบ ซูเปอร์ คัพ เคยได้ไปลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก และที่สำคัญติด ทีมชาติมาแล้ว 60 นัด

แบ็กซ้ายรายนี้มาพร้อมกับความสามารถทั้งเกมรับและเกมรุก นอกจากจะเข้าแท็กเกิ้ลได้หนักหน่วงแม่มยำแล้ว ฟุคส์ ยังมีจุดเด่นในการเปิดลูกตั้งเตะ ทั้งฟรีคิกและเตะมุม

ฟุคส์ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลดับ เวียเนอร์ นอยสตัดท์ ในบ้านเกิดเมื่อปี 2002 ก่อนย้ายไปเล่นกับ แมตเตอร์สเบิร์ก ซึ่งที่นั้นเขาก็เป็นกำลังหลักของทีมลงสนามไปเกิน 100 นัด

หลังใช้ชีวิตนักฟุตบอลในออสเตรียนาน 5 ปี ฟุคส์ ก็ได้ย้ายไปเล่นในเยอรมันกับ โบคุ่ม ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ได้เป็นตัวแทนทีมชาติลงเล่นยูโร 2008

ช่วงปลายฤดูกาล 2010-11 ฟุคส์ ถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ ไมนซ์ และเมื่อถูกส่งมาอยู่สังกัดแม่ เขาก็ถูกส่งออกไปให้กับ ชาลเก้ ในซัมเมอร์ปีเดียวกันนั้น

ซีซั่นแรกที่รังเฟลตินส์ อารีน่า ฟุคส์ พาต้นสังกัดคว้าอันดับที่ 3 ในบุนเดสลีกาพร้อมกับซิวโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตลอดทั้งฤดูกาลเขาลงเล่นไปมากว่า 30 นัดรวมทุกรายการ

ปีต่อมา ฟุคส์ พาทีมเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนจะโดน กาลาตาซาราย เขี่ยตกรอบไป แต่ยังนับว่าเป็นอีกปีที่น่าจดจำสำหรับ ฟุคส์ เมื่อลงเล่นไปมากกว่า 30 นัดเป็นซีซั่นที่สองติดต่อกัน แถมยังลงสนามช่วยทีมชาติออสเตรียในรายการฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกด้วย

อีกปีแห่งความสำเร็จของ ฟุคส์ กับลีกสูงสุดเยอรมัน เกิดขึ้นในฤดูกาล 2013-14 ทีมของเขาจบซีซั่นที่สองติดต่อกัน แถมยังลงสนามช่วยทีมชาติออสเตรียในรายการฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกด้วย

ฤดูกาล 2014-15 จะเป็นความทรงจำที่อยู่กับ ฟุคส์ ไปอีกนานแสนนาน เขาเป็นคนเบิกสกอร์แรกในเกมบุกไปเอาชนะ เรอัล มาดริด 4-3 ที่สเปน ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่นั่นก็ไม่เพียงพอให้ทีมของเขาผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังพ่ายในเกมแรกมา 0-2

ฟุคส์ ลงสนามให้กับ ชาลเก้ ไปทั้งสิ้น 99 นัด ก่อนจะย้ายมาร่วมทัพ เลสเตอร์ ซิตี้ แบบไม่มีค่าตัว ปราการหลังเจ้าของส่วนสูง 186 เซนติเมตรออกสตาร์ตด้วยการเป็นตัวสำรองในเกมแรกของฤดูกาลที่ เลสเตอร์ เปิดบ้านถอนขน “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ 4-2 ก่อนจะได้โอกาสเป็น 11 ตัวจริงนัดแรกในเกม แคปปีตอล วัน คัพ นัดถล่ม บิวรี่ 4-1

เคลาดิโอ รานิเอรี่ ส่ง คริสเตียน ฟุคส์ ลงเล่นพรีเมียร์ลีกในฐานะตัวจริงเกมแรก นัดที่บุกไปเอาชนะ นอริช ซิตี้ 2-1 ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็สามารถรักษาตำแหน่งของตัวเองไว้อย่างเหนียวแน่น และยืนระยะเป็นตัวจริงตลอดทั้งฤดูกาลที่เหลือ

อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น ฟุคส์ ไม่ได้มีดีแค่เกมรับอย่างเดียว หากแต่ยังมีทีเด็ดในการเล่นเกมรุก คริสเตียน นับเป็นกองหลังที่จ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูได้มากที่สุดอันดับต้นๆ ของลีกและเขาก็มีส่วนช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ขณะที่ตัวเขาเองก็กลายเป็นนักเตะออสเตรียเพียงคนที่ 2 ที่ได้รับรางวัลนี้ นับตั้งแต่ที่ อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์ เคยทำได้เมื่อปี 1998 กับอาร์เซน่อล