Player Profile

ริยาด มาห์เรซ
Riyad Mahrez

26 ปีกซ้าย / ปีกขวา / กลางรุก

Nationality :แอลจีเรีย
Date Of Birth :21 กุมภาพันธ์ 1991
Height :179
Weight :61
  • LW / RW / AMPosition
  • -Games Played
  • -Minutes Played
  • มกราคม 2014Starts
  • -Substitution On
  • -Substitution Off
  • -Passes
  • -Passing Accuracy
  • -Passing Accuracy opp. Half
  • -Duels Won
  • -Duels Lost
  • -Duels Won (%)
  • -Aerial Duels Won
  • -Aerial Duels Lost
  • -Aerial Duels Won (%)
  • -Recoveries
  • -Tackles Won
  • -Tackles Lost
  • -Tackles Won (%)
  • -Clearances
  • -Blocks
  • -Interceptions
  • -Penalties Conceded
  • -Fouls Won
  • -Fouls Conceded
  • -Yellow Cards
  • -Red Cards
  • -Goals
  • -Penalty Goals
  • -Minutes Per Goal
  • -Total Shots On Target
  • -Total Shots Off Target
  • -Shooting Accuracy
  • -Successful Crosses
  • -Unsuccessful Crosses
  • -Successful Crosses (%)
  • -Assists
  • -Chances Created
  • -Penalties Won
  • -Offsides

ประวัติของ ริยาด มาห์เรซ

ริยาด มาห์เรซ (Riyad Mahrez) ในจุดเริ่มต้นของชีวิต ริยาด มาห์เรซ ไม่ต่างอะไรจาก เจมี่ วาร์ดี้ คู่หูพระกาฬของเขามากนักเมื่อถูกมองข้ามจากทีมต่างๆเพียงเพราะรูปร่างที่เล็กเกินไป การถูกปฏิเสธตลอด และความสูญเสียทางจิตใจเมื่อคุณพ่อเสียชีวิตอย่างกระทันหันเมื่ออายุได้ 15 ปี สามารถที่จะทำให้นักฟุตบอลคนหนึ่งล้มเลิกความฝันได้ไม่ยาก แต่ไม่ใช่สำหรับ มาห์เรซ

ดาวเตะสายเลือดแอลจีเรีย ชดเชยรูปร่างที่เล็กบางด้วยทักษะการเล่นที่น่ามหัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นการครองบอลที่นุ่มนวล การผ่านบอลที่แม่นยำ และการทำประตูที่งดงาม และนั่นทำให้แมวมองที่เคยมองข้ามเขาเริ่มหันมามองมากขึ้น

มาห์เรซ เริ่มต้นชีวิตการเล่นระดับเยาวชนกับสโมสร อาอาแอส ซาร์เซลส์ (AAS Sarcelles) ทีมฟุตบอลในเมืองเกิดของเขาโดยพยายามที่จะฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวันทุกเวลา แม้ว่าจะหมดช่วงการฝึกซ้อมปกติแล้วเขาก็จะมองหามุมสงบที่จะซุ่มซ้อมการเล่นส่วนตัวเสมอ ทีม ซาแซลส์ มีสนามซ้อมที่ตั้งตามชื่อของเนลสัน แมนเดลา รัฐบุรุษของโลกชาวแอฟริกาใต้ และสนามที่ตั้งชื่อตาม ฟิลิปป์ คริสต็องวัล อดีตชาวเมืองที่สามารถก้าวไปได้ไกลในทีมระดับท็อปของโลกอย่าง ฟูแล่ม และบาร์เซโลน่า แต่ในวันนี้ มาห์เรซ กำลังเป็นวีรบุรุษคนใหม่ในฐานะแรงบันดาลใจของเด็กๆทุกคน

จากทีมเยาวชนซาแซลส์ มาห์เรซ เดินทางไปไกลกว่า 350 ไมล์ เพื่อเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลอาชีพให้กับ แก็งเปร์ (Quimper) สโมสรในระดับดิวิชั่นที่ 4 ของฝรั่งเศส โดยสามารถผ่านการคัดตัวมาได้ แต่ก็เกือบหัวใจสลายเพราะประธานสโมสรแจ้งว่าไม่สามารถเซ็นสัญญาด้วยได้ เพียงแต่หลังเห็นความเสียใจของเจ้าหนูริยาด ประธานสโมสรได้ตัดสินใจที่จะยอมควักเงินเพื่อเซ็นสัญญานักเตะที่ไม่มีอะไรติดตัวมาเลยนอกจาก แปรงสีฟัน ยาสีฟัน รองเท้าฟุตบอล เท้าซ้าย และหัวใจที่ต้องการจะพิสูจน์ตัวเอง กับ แก็งเปร์

มาห์เรซ ใช้เวลา 6 เดือนก้าวจากทีมชุดสำรองสู่ทีมชุดใหญ่ โดยมี มาติอัส ป็อกบา พี่ชายของปอล ป็อกบา ที่เป็นเพื่อนร่วมห้องคอยดูแลและให้คำแนะนำ ซึ่งหนึ่งในคำแนะนำคือการดูแลร่างกายให้ดีกว่านี้ เพราะเห็นว่าเขารูปร่างเล็กเกินไป แม้จะครองบอลเก่งแค่ไหนก็ลำบาก

สุดท้าย มาห์เรซ ค่อยๆพัฒนาขึ้นและมาเตะตา เลอ อาร์ฟ สโมสรที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปั้นดาวรุ่งที่ดีที่สุดสโมสรหนึ่งในฝรั่งเศส ทีมเดียวกับที่ปั้น ปอล ป็อกบา, ดมิทรี ปาเยต และอีกมากมาย ซึ่งเขาตัดสินใจรับข้อเสนอโดยไม่เสียดายข้อเสนอจากทีมระดับท็อปอื่นๆอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์แมง และ โอลิมปิก มาร์กเซย์ เลยแม้แต่น้อย ที่ เลอ อาร์ฟ มาห์เรซ ได้รับการปลุกปั้นจากโค้ช เอริค มอมแบร์ตส ที่เจียระไนพรสวรรค์ของเขาอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้รับการยอมรับจากทุกคน ด้วยสไตล์การเล่นแบบ “ข้ามาคนเดียว” ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นจุดอ่อนสำหรับเขา แต่ สตีฟ วอลช์ แมวมองของ เลสเตอร์ มองเห็นสิ่งดีๆในตัวของเขามากกว่านั้น มาห์เรซ ได้รับการติดต่อให้ย้ายมาเล่นในทีมเลสเตอร์ ซึ่งแม้จะมีคนคัดค้านมากมายเพราะไม่เชื่อว่านักเตะรูปร่างผอมบางแบบเขาจะเอาตัวรอดในฟุตบอลอังกฤษได้ แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจที่จะย้ายมาเล่นกับ เลสเตอร์ ในช่วงตลาดฤดูหนาวปี 2014

ท่ามกลางคำคัดค้านจากทุกฝ่าย มาห์เรซ พิสูจน์ให้ทุกฝ่ายเห็นว่าเขาพร้อมสำหรับการเล่นที่ใดก็ได้บนโลก โดยค่อยๆพัฒนาการเล่นขึ้นเรื่อยๆอย่างเงียบๆ จากการช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2013-2014 สู่การรอดตกชั้นในฤดูกาล 2014-2015 มาถึงฤดูกาล 2015-16 คือปีทองของเขา จากนักเตะที่เคยถูกตำหนิว่าเล่นฟุตบอลชายเดี่ยว ในฤดูกาลนี้ มาห์เรซ กลายเป็นนักฟุตบอลที่ยกระดับทีมทั้งทีม การเล่นของเขาทำให้ทีมเล่นได้ง่ายขึ้น ด้วยการครอบครองบอลที่เหนียวแน่นและนุ่มนวล การผ่านบอลด้วยน้ำหนักที่น่าเหลือเชื่อ และการทำประตูสำคัญๆได้เสมอ มาห์เรซ เปลี่ยนการโชว์ทักษะการเล่นระดับพระกาฬของเขามาเป็นการงัดลูกเล่นมาใช้ในยามจำเป็นเท่านั้น และนั่นเองที่ทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถหยุดการเล่นของเขาได้เพราะหากพยายามคิดจะไล่ประกบติดก็จะโดนลูกเล่นของมาห์เรซหลอกจนหัวปั่นตลอดเวลา ว่ากันว่าความนุ่มนวลและไหวพริบของเขาใกล้เคียงกับ ซีเนอดีน ซีดาน ตำนานลูกหนังทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งมีสายเลือดแอลจีเรียเหมือนกันอย่างยิ่ง

ความเฉียบขาดในการเล่นพื้นที่สุดท้ายคืออีกสิ่งที่พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน เขาเป็นนักฟุตบอลคนเดียวของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ที่ทำ “ดับเบิล” (หมายถึงการทำประตู และการผ่านบอลให้เพื่อน เกินอย่างละ 10 ครั้ง)ซึ่งตัวเลข 17 ประตูกับอีก 11 แอสซิสต์ และการทำประตูในเกมสำคัญๆมากมาย โดยเฉพาะเกมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มาห์เรซ งัดลีลาการเล่นทุกอย่างออกมาจนหมด ช่วยให้ทีมเอาชนะได้สำเร็จ ระยะเวลาเพียงแค่ฤดูกาลเดียว มาห์เรซ ก้าวจากนักเตะโนเนมคนหนึ่งสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ของวงการฟุตบอลอังกฤษ เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (PFA) และกลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างน่ามหัศจรรย์

ครั้งหนึ่ง ริยาด มาห์เรซ เคยเกือบจะได้ย้ายไปเล่นสกอตแลนด์แล้ว เมื่อได้เข้ารับการทดสอบฝีเท้ากับ เซนต์ เมียร์เรน เป็นเวลา 10 สัปดาห์ เพียงแต่ด้วยสภาพอากาศที่หนาวจัดทำให้เขาทนไม่ไหว สุดท้ายเมื่อตัวแทนส่วนตัวได้ติดต่อมาว่ามีข้อเสนอจาก แก็งเปร์ จึงได้แอบย่องจากโรงแรมทางบันไดหนีไฟ ขอยืมจักรยาน และขี่ออกมาโดยไม่ได้บอกใคร

มาห์เรซ มีทักษะการเล่นสูงส่งอย่างมาก ครั้งหนึ่งเขาถูกท้าดวลโดยกลุ่ม F2Freestylers นักฟุตบอลที่มีลีลาการเล่นหวือหวาขั้นเทพที่สุดในโลก และสามารถต่อกรได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังงัดทีเด็ดการเล่นบอลด้วยการคลึงไปมาด้วยฝ่าเท้า (ปุ่มสตั๊ด) และที่เด็ดที่สุดคือ มาห์เรซ ทำท่าเดิมอีกครั้งโดยที่ปิดตาไปด้วย!