Player Profile

เวส มอร์แกน
Wes Morgan

05 เซ็นเตอร์แบ็ค

Nationality :จาเมกา
Date Of Birth :21 มกราคม 1984
Height :185
Weight :94
  • CBPosition
  • -Games Played
  • -Minutes Played
  • มกราคม 2012Starts
  • -Substitution On
  • -Substitution Off
  • -Passes
  • -Passing Accuracy
  • -Passing Accuracy opp. Half
  • -Duels Won
  • -Duels Lost
  • -Duels Won (%)
  • -Aerial Duels Won
  • -Aerial Duels Lost
  • -Aerial Duels Won (%)
  • -Recoveries
  • -Tackles Won
  • -Tackles Lost
  • -Tackles Won (%)
  • -Clearances
  • -Blocks
  • -Interceptions
  • -Penalties Conceded
  • -Fouls Won
  • -Fouls Conceded
  • -Yellow Cards
  • -Red Cards
  • -Goals
  • -Penalty Goals
  • -Minutes Per Goal
  • -Total Shots On Target
  • -Total Shots Off Target
  • -Shooting Accuracy
  • -Successful Crosses
  • -Unsuccessful Crosses
  • -Successful Crosses (%)
  • -Assists
  • -Chances Created
  • -Penalties Won
  • -Offsides

ประวัติของ เวส มอร์แกน

เวส มอร์แกน (Wes Morgan) ปราการหลัง กัปตันทีมจอมแกร่ง เกิดที่น็อตติ้งแฮม ประเทศอังกฤษ ในครอบครัวที่สืบเชื้อสายมาจากชาวจาเมก้า เขาถูกปฏิเสธให้เข้าร่วมสโมสร น็อตต์ส เคาน์ตี้ ตอนอายุ 15 ปี ก่อนเข้าเรียนด้านธุรกิจที่เซาธ์น็อตต์ส คอลเลจ ซึ่งในขณะนั้น มอร์แกน เล่นฟุตบอลระดับกึ่งอาชีพอยู่กับ ดันเคิร์ก เอฟซี ด้วย

มอร์แกน ทำผลงานได้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว จนได้รับความสนใจจากทีมนอกลีกและฟอเรสต์ ซึ่งก็เป็นทีม “เจ้าป่า” นั้นเองที่ได้ตัว มอร์แกน ไปอยู่ด้วยดันเคิร์ก ไม่ได้รับค่างวด แม้แต่แดงเดียว แต่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเสื้อแข่งของฟอเรสต์ 2 ตัว ซึ่งปัจจุบันประดับอยู่บนฝาหนังในคลับเฮาส์เคียงข้างกับเสื้อแข่งเลสเตอร์

กุมภาพันธ์ 2003 ผู้จัดการทีม พอล ฮาร์ท ของ ฟอเรสต์ เชื่อว่า มอร์แกน ใ,kมากล้จะได้เล่นฟุตบอลอาชีพเต็มตัวหลังรับใช้ทีมสำรองมาตลอดชีวิต เขาถูกปล่อยไปให้ คิดเดอร์มินสเตอร์ ในดิวิชั่น 3 ยืมใช้งาน และก็เป็นที่นั้นเองที่ มอร์แกน ได้ลงเล่นอาชีพเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ลงเล่นครบทั้ง 90 นาทีในเกมที่พ่าย สคันธอร์ป 1-3

ฮาร์ท อยากให้ มอร์แกน ลดน้ำหนักก่อนจะลงเล่นให้กับทีมใหญ่ และนัดแรกของเขาเริ่มต้นในตำแหน่งแบ๊คซ้ายย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2003 ในเกมลีกคัพที่ ต้องออกไปเยือน พอร์ทเวล ตอนนั้นเขาอายุได้เพียง 19 ปี

อีก 4 วันให้หลัง มอร์แกน ได้ประเดิมสนามเกมดิวิชั่น 1 ในนัดที่แพ้ให้กับ เร้ดดิ้ง 0-3 และแม้ว่าจะแพ้ย่อยยับ แต่ผู้จัดการทีมยังยกให้แนวรับรายนี้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์

ฤดูกาล 2007-08 มอร์แกน ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของ ฟอเรสต์ เต็มตัว พลาดลงสนามไปเพียง 4 นัดตลอดทั้งฤดูกาล พาทีมคว้าโควต้าเลื่อนชั้นจาก ลีก วัน สู่ แชมเปี้ยนชิพ พร้อมทำรายสถิติช่วยฟอเรสต์ เก็บ คลีนชีตได้มากถึง 24 นัด

มอร์แกน ประสบปัญหาไม่น้อยเลยในการปรับตัวกับแชมเปี้ยนชิพ ช่วงออกสตาร์ตฤดูกาล เกมรับของทีมเจ้าป่าอ่อนยวบ จนผลการแข่งขันไม่เป็นที่น่าพอใจทีมตัดสินใจเปลี่ยน ผู้จัดการทีมจาก โคลิน คัลเดอร์วู้ด มาเป็น บิลลี่ เดวิส ในช่วงบ็อกซิ่ง เดย์ ปี 2008 หลังจากนั้นแผงแบ็กโฟร์ของทีมก็ทำผลงานดีขั้นมาเรื่อยๆ จนสามารถรักษาสถานะทีมแชมเปี้ยนชิพเอาไว้ได้ และในช่วงท้ายซีซั่นนั้นเอง มอร์แกน ทำสถิติลงสนามให้ฟอเรสต์รวมแล้ว 274 นัด และเป็นการออกสตาร์ตถึง 255 เกม

ตุลาคม 2011 มอร์แกน ลงเล่นนัดที่ 400 ให้กับ ฟอเรสต์ ในเกมกับ ฮัลล์ ซิตี้ และก็เป็นเกมนั้นเองที่เจ้าตัวได้รับปลอกแขนกัปตันทีม กระทั่งเดือนมกราคม 2012 ฟอเรสต์ ปล่อยตัว มอร์แกน ไปให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ หลังจากที่เคยปฏิเสธการซื้อ-ขาย ครั้งนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งก่อนหน้านั้น

ปราการหลังรายนี้ย้ายมาสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมให้กับทีมได้ทันทีตั้งแต่ซีซั่นแรก และก็เป็นช่วงปลายฤดูกาล 2011-12 นั้นเองที่ มอร์แกน ได้รับเลือกให้สวมปลอกแขนกัปตัน

มอร์แกน ช่วย เลสเตอร์ คว้าแชมป์ฟุตบอล เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2013-14 และได้เลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ซึ่งในซีซั่นดังกล่าว เขาพลาดลงสนามไปเพียงนัดเดียว

เวส มอร์แกน ยิงประตูแรกของตัวเองให้กับ เลสเตอร์ ในพรีเมียร์ลีกได้ในนัดที่พ่ายให้กับ สเปอร์ส 3-4 เมื่อมีนาคม 2015 และอีกประตูเกิดขึ้นในการถล่ม นิวคาสเซิ่ล 3-0 และแม้ว่า เลสเตอร์ จะจมอยู่ในโซนตกชั้นเป็นส่วนใหญ่ของซีซั่นดังกล่าว แต่ มอร์แกน และผองเพื่อนก็ยังช่วยกันโกงชัยชนะในช่วงท้ายฤดูกาลจนทีมอยู่รอดได้สำเร็จ

กัปตันทีมคนเก่งสร้างพาร์ตเนอร์ คู่ใหม่ในฤดูกาล 2015-16 ประสานงานในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ โรเบิร์ต ฮูธ ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เกมรับที่เคยหละหลวมมาตั้งแต่ฤดูกาลก่อนกลายเป็นปราการเหล็กที่ยากจะเสียประตู

นอกจาก ความแข็งแกร่งในเกมรับแล้ว มอร์แกน ยังเป็นที่เข็ดขยาดของบรรดากองหลังเวลาเติมเกมขึ้นไปลุ้นทำประตูอีกด้วย เขายิงประตูชัยในเกมเอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 และเป็นคนทำประตูตีเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ซึ่งเป็นนัดที่ทำให้พวกเขาการันตีการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2015-16 อีกด้วย

เคลาดิโอ รานิเอรี่ เปรียบเปรยว่า “มอร์แกน เป็นเหมือนกันกับ บาลู แห่งภาพยนตร์ Jungle Book เป็นหมีน่ารักที่คอยดูแลเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ เขาพูดน้อย แต่เมื่อไหร่ที่พูดเพื่อนร่วมทีมจะรับฟัง เขาเป็นกัปตันที่สมบูรณ์แบบ ก่อนที่จะมาคุมทีมผมไม่เคย ได้ยินเรื่องของเขาก่อน แต่พอได้ดูฟอร์มการเล่นของเขาในทุมเกมแล้ว ผมเห็นแล้วว่าเขาแข็งแกร่งและชาญฉลาดแค่ไหน”