“อิมปีย์” อดีตวิงแบ็กตัวจิ๋ว เลสเตอร์ ซิตี้

แอนดี้ อิมปีย์ ตำนานวิงแบ็กของเลสเตอร์ ซิตี้ อดีตนักเตะที่แฟนๆ “จิ้งจอกสยาม” รักมากที่สุดคนหนึ่ง มีเส้นทางการค้าแข้งที่น่าสนใจไม่แพ้นักเตะชื่อดังคนอื่น ๆ

อิมปีย์ เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ เยดดิ้ง ทีมในระดับท้องถิ่น ก่อนไปทดสอบฝีเท้ากับทีมดังในลีกสูงสุดเวลานั้นอย่างเชลซี , วัตฟอร์ด , สเปอร์ส และ วิมเบิลดัน เขายังทำได้ไม่ดีพอ แต่โอกาสมาถึงในเวลาต่อมา เมื่อควีนสพาร์ค เรนเจอร์ส ยื่นข้อเสนอให้เขาไปทดสอบฝีเท้า

เขาทะลุขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของคิวพีอาร์ในปี 1991 และคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสโมสรในปี 1993-1995 สามปีซ้อน

“เราคือทีมที่ไม่ได้มีสตาร์ดัง แต่ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง อยู่กันแบบครอบครัว และตั้งใจนำสิ่งที่ฝึกซ้อมไปทุ่มเทในสนาม เลส เฟอร์ดินานด์ ก็เคยเริ่มต้นที่นี่ และเรายังมีเรย์ วิลกิ้นส์ ผู้จัดการทีม เป็นเหมือนพี่ชายของทุกคนในเวลานั้น”

คิวพีอาร์ ตกชั้นในปี 1996 ทำให้ อิมปีย์ ต้องผจญภัยข้ามไปยังเวสต์แฮม ยูไนเต็ด อีกหนึ่งทีมในลอนดอน

“พวกเขาเปลี่ยนโค้ชจากวิลกิ้นส์ ซึ่งผมเองไม่ได้รู้สึกอยากเล่นให้กับพวกเขาอีก จากนั้นแฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ก็ติดต่อผมเข้ามา ผมอยากย้ายทีมเช่นกัน แฮร์รี่ ยอดเยี่ยมมาก เขาทำให้ผมรู้สึกว่าอยากเล่นให้กับเขา”

อย่างไรก็ตาม หลังจากพา เวสต์แฮม จบในอันดับที่ 8 เขาก็โยกไปเล่นให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ของมาร์ติน โอนีล

เรื่องราวของ อิมปีย์ เมื่อครั้งที่เขากำลังย้ายจาก เวสต์แฮม ไป เลสเตอร์ค่อนข้างยุ่งเหยิง เบื้องต้น เอเยนต์ของเขาแจ้งว่า น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ สนใจดึงเขาไปร่วมทีม

“ช่วงนั้นผมจำได้ว่า เวสต์แฮม กำลังจะลงเล่นกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ ผมไปซ้อม และพูดคุยกับแฮร์รี่ ถามเขาตรงๆ เขาตอบผมว่า เขาไม่รู้เรื่อง และไม่เข้าใจว่าผมพูดอะไร เขายืนยันว่า ผมจะได้เดินทางไปเล่นกับดาร์บี้ แต่เอเยนต์ผมบอกว่า ดีลนี้จบแล้ว แต่แฮร์รี่ยังยืนยันกับผมอีกครั้งว่า ให้ฟังแต่เขา อย่าสนที่คนอื่นพูด”

“แต่ซีอีโอของเวสต์แฮม โทรฯ หา เอเยนต์ผมอีกครั้ง และบอกว่า ผมจะไม่เดินทางไปในทีมที่แข่งกับดาร์บี้ ผมไม่รู้ว่าอะไรจริงหรือไม่จริง แต่ท้ายที่สุด ผมกำลังจะไปพูดคุยกับฟอเรสต์”

“ขณะที่ผมกำลังขับรถไปที่น็อตติ้งแฮม แฟร้งค์ ซินแคลร์ ที่ขณะนั้นเล่นให้กับเลสเตอร์ โทรศัพท์มาหาผมและบอกว่า อิมป์ส มาร์ติน โอนีล ต้องการนายที่เลสเตอร์ เขาต้องการนาย ไม่ว่านายจะทำอะไร อย่าเซ็นกับฟอเรสต์นะ”

“เบื้องต้น ผมกับฟอเรสต์ตกลงด้วยวาจากันแล้ว แต่หลังจากพูดคุยกับโอนีล ผมเลี้ยวรถไปหาเขา แทนที่จะไปที่น็อตติ้งแฮม และจบลงด้วยการเซ็นสัญญากับเลสเตอร์ ที่ปิดดีลกับเวสต์แฮมได้แล้ว ทุกอย่างมันรวดเร็วมาก”

“เลสเตอร์ คือบ้านหลังที่สองของผม ทุกอย่างมันเหมือนสมัยที่ผมอยู่กับคิวพีอาร์”

“โอนีลเองก็เป็นโค้ชที่มีเอกลักษณ์ มีศิลปะในการจัดการคนที่ดีมาก ทุกคนในทีมต่างก็เข้ากับเขาได้ เขาไม่ได้ฝึกสอน แต่เขาทำงานร่วมกับนักเตะ และดึงศักยภาพออกมาจากพวกเขาได้”

อิมปีย์ อยู่ในทีมชุดที่คว้าแชมป์ ลีกคัพ เมื่อปี 2000 จากนั้น โอนีล ก็ย้ายไปคุมทีมกลาสโกว์ เซลติก ในอีก 5 เดือนถัดมา เลสเตอร์ แต่งตั้งปีเตอร์ เทย์เลอร์เป็นโค้ช ซึ่งก็มีช่วงที่ฟอร์มร้อนแรง พาทีมขึ้นรั้งอันดับ 4 เช่นเดียวกับช่วงฟอร์มตก ที่่ทีมแพ้ถึง 8 นัดรวด ท้ายสุดซีซั่น 2000/2001 ทีมจบในอันดับ 13

ฤดูกาลต่อมา เลสเตอร์ ต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก เช่นเดียวกับการอำลาสนามฟิลเบิร์ต สตรีท

“มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษ แฟนๆ ได้โอกาสใกล้ชิดกับคุณจริงๆ เป็นความรู้สึกที่พิเศษ ฟิลเบิร์ต สตรีท ยังเป็นสนามที่ผมแน่ใจว่า คุณต้องฝันอยากเล่นตั้งแต่สมัยคุณเป็นเด็ก”

อย่างไรก็ตาม อิมปีย์ คือกุญแจสำคัญในการพาทีมเลื่อนชั้นกลับขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์นอกสนามที่วิกฤต เลสเตอร์ กำลังต้องถูกควบคุมด้านการเงินในเวลานั้น

เขายังคงอยู่กับทีมต่อหลังจากนั้น กระทั่งฤดูกาล 2003/04 ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขาในสีเสื้อเลสเตอร์ เขาได้เล่นร่วมกับ เฟอร์ดินานด์ , คีธ กิลเลสพี , เบน แธ็ตเชอร์ และ ลิลิย็อง นาลิส

ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2004 อิมปีย์โยกไปเล่นให้กับฟอเรสต์ อย่างที่มันเกือบเคยเกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อนหน้านั้น เขาแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2006 กับโคเวนทรี ซิตี้ ปัจจุบัน เขาเป็นโค้ชทีมเยาวชนของควีนสพาร์ค เรนเจอร์ส สโมสรแรก จุดเริ่มต้นในอาชีพค้าแข้งของเขา