อโยเซ่ ยิงเบิ้ล จิ้งจอกเปิดบ้านทุบค้อนแหลก

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 24 ของฤดูกาล เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านพบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยก่อนเกม “จิ้งจอกสยาม” ของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส มี 45 คะแนนจาก 23 นัดอยู่ในอันดับที่ 3 ของตาราง ในขณะที่ “ขุนค้อน” ของเดวิด มอยส์ มี 23 คะแนนจาก 22 นัด อยู่อันดับ 17 เหนือโซนตกชั้นอยู่เพียงแต้มเดียวเท่านั้น

ทั้งคู่เคยพบกันมาแล้วเมื่อเดือน ธันวาคม ที่ผ่านมาผล เลสเตอร์ บุกไปเอาชนะ ที่ ลอนดอน สเตเดี้ยม 2-1 และ เป็นเกมที่ทำให้ มานูเอล เปเยกรินี่ โดนปลดในเวลาต่อมา

เกมนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังคงใช้ น็อมปาลิส เมนดี้ ลงยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ แต่มีข่าวดีได้ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ฟิตกลับมานั่งเป็นตัวสำรอง ในขณะที่ เบน ชิลเวลล์ กลับมายืนเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังจากที่โดนดร็อปไปเมื่อเกมที่แล้ว

รายชื่อผู้เล่น : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล,ริคาร์โด้ เปเรยร่า,ชากลาร์ โซยุนซู,จอนนี่ อีแวนส์,เบน ชิลเวลล์,น็อมปาลิส เมนดี้,ยูริ ติเลอม็องส์,ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์,เจมส์ แมดดิสัน,อโยเซ่ เปเรซ และ เจมี่ วาร์ดี้

สำรอง : แดนนี่ วอร์ด,เจมส์ จัสติน,เดมาราย เกรย์,มาร์ค อัลไบรท์ตัน,เวส มอร์แกน,วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้,เคเลชี่ อิเฮียนาโช่

เกมเริ่มต้นแค่สามนาที เจมี่ วาร์ดี้ ก็ได้สอดเข้าไปรับบอลในเขตโทษ แล้วสับไกยิงด้วยซ้ายทันที แต่บอลยังไปตรงตัว ดาเรน แรนดอล์ฟ

เลสเตอร์ ยังคงก้มหน้าก้มตาบุกอย่างหนัก นาทีที่ 13 อโยเซ่ เปเรซ ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ ติดบล็อก แต่บอลยังปลิ้นมาเข้าทาง ริคาร์โด้ เปเรยร่า ยิงซ้ำอีกที หลุดกรอบไปไม่ได้ลุ้น

นาทีที่ 24 เลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำไปก่อน 1-0 จังหวะทำชิ่งกันหน้ากรอบเขตโทษก่อนที่ ริคาร์โด้ เปเรยร่า จะหลุดไปถึงริมเส้น ฝั่งขวา แล้วตบกลับเข้ากลางให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ชาร์จ เข้าไปง่าย ๆ จิ้งจอกสยาม ทะยานนำ 1-0

นาทีที่ 32 เลสเตอร์ ต้องเปลี่ยนตัวคนแรก เมื่อ น็อมปาลิส เมนดี้ ได้รับบาดเจ็บที่เข่าซ้าย ต้องให้ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 40 เจมี่ วาร์ดี้ ได้รับบาดเจ็บที่ แฮมสตริง ต้นขาซ้าย แต่ยังลุกกลับมาเล่นได้ต่อ ทำเอา แฟนบอลใจหายไปตาม ๆ กัน แต่หลังจากนั้นแค่ นาทีเดียว ก็ทนเล่นต่อไม่ไหว เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ต้องลงมาเล่นแทน

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งเวลาแรก เลสเตอร์ มาได้ประตูที่ 2 จากจังหวะที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ พาบอลไปถึงสุดเส้นหลังฝั่งซ้าย แล้ว จ่ายลึกคืนกลับมาให้ ริคาร์โด้ เปเรยร่า กดเต็มหลังเท้าเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เลสเตอร์ หนีไปเป็น 2-0 และ จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาทีที่ 48 ผู้ตัดสิน เดวิด คูท มาเป่าจุดโทษให้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด จากจังหวะที่ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ไปเบียดกับ เซบาสเตียน อัลแลร์ ในเขตโทษ ผู้ตัดสิน ดู VAR แล้วยืนยันเป่าเป็นจุดโทษ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล โดนใบเหลืองจากการไปประท้วงด้วย

มาร์ค โนเบิ้ล รับหน้าที่ สังหารเอง ยิงไปตรงกลางประตู เวสต์แฮม ไล่มาเป็น 1-2 ในนาทีที่ 49

นาทีที่ 54 จังหวะโต้กลับของเลสเตอร์ ซิตี้ เกือบได้ประตู เมื่อยูริ ติเลอม็องส์ ได้เก็บจังหวะสองหน้าเขตโทษแต่วอลเล่ย์ ไม่ตรงกรอบ

นาทีที่ 62 เจ้าบ้านรอดพ้นการเสียประตูไปหวุดหวิด เมื่อลูกเตะมุมของเวสต์แฮม ทางด้านขวา แนวรับเลสเตอร์ เคลียร์ไม่ดี บอลตกหน้าประตู มิคาอิล อันโตนิโอ ตัวสำรองของ เวสต์แฮม ตอกส้น ดีที่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังเซฟไว้ได้

นาทีที่ 68 เลสเตอร์ เสียลูกเตะมุมอีกครั้ง คราวนี้ เวสต์แฮม ได้ลุ้นจาก แองเจโล่ อ็อกบอนน่า โขกเต็ม ๆ แต่บอลข้ามคานไปนิดเดียว

นาทีที่ 69 เลสเตอร์ ต่อบอลกันสวย เจมส์ แมดดิสัน ไหลออกทางขวาให้ เปเรยร่า ตบกลับมาตรงกลาง อโยเซ่ เปเรซ ได้ยิงแต่ยังไปติดเซฟ ดาเรน แรนดอล์ฟ

นาทีที่ 73 เลสเตอร์ต่อบอลกันสวยทางขวา อโยเซ่ เปเรซ เปิดยัดตรงกลาง ให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ แปด้วยซ้าย บอลไปแฉลบแนวรับเวสต์แฮม ออกหลังไป

นาทีที่ 75 เลสเตอร์ ต่อบอลกันอย่างสวยงาม จังหวะสุดท้าย ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ไขว้ต่อให้ เจมส์ แมดดิสัน ปั่นโค้งบอลจะเสียบใต้คานแต่ แรนดอล์ฟ ยังปัดทิ้งได้เหลือเชื่อ

นาทีที่ 76 เลสเตอร์ ได้โอกาสอีกครั้ง คราวนี้ เป็น แมดดิสัน ที่หลุดไปถึงเส้นหลังแล้วตบกลับมากลางประตู แรนดอล์ฟ ประตู ขุนค้อน ยังใช้เท้าสกัดบอลก่อนถึง เคเลชี่ อิเฮียนาโช่

นาทีที่ 79 เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ พลิกบอล ทะลุเข้าเขตโทษ แองเจโล่ อ็อกบอนน่า เข้ามาสกัดที่ด้านหลัง ผู้ตัดสิน เป่าจุดโทษให้เลสเตอร์ เหมือนกัน

อโยเซ่ เปเรซ รับหน้าที่สังหาร และ ไม่พลาด เลสเตอร์ หนีห่างเป็น 3-1

นาทีที่ 83 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย ถอดฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ออกส่ง เวส มอร์แกน ลงมาเสริมแนวรับอีกคน

นาทีที่ 84 จังหวะโต้กลับ เจมส์ แมดดิสัน ไหลให้เพื่อนซี้ เบน ชิลเวลล์ กดด้วยซ้ายเต็ม ๆ ติดเซฟ แรนดอล์ฟ อีกครั้ง

นาทีที่ 88 ริคาร์โด้ เปเรยร่า โยกหลบผู้เล่น เวสต์แฮม แล้วจ่ายต่อให้ อิเฮียนาโช่ แปะบอลคืนหลัง ให้ อโยเซ่ เปเรซ ยิงเสียบมุมเสาไกล เลสเตอร์ นำห่าง 4-1

หมดเวลาการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านชนะ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 4-1

เลสเตอร์ ซิตี้ มี 48 คะแนนจาก 24 นัด อยู่ในอันดับ 3 ของตารางนัดต่อไป เลสเตอร์ จะบุกไปเยือน เบรนท์ฟอร์ด ในศึกเอฟเอคัพ รอบ 4 วันเสาร์ที่ 25 มกราคม 2563 เวลา 19.45 น.