ชิลเวลล์ ยิงสุดสวยแบ่งแต้มวัตฟอร์ด 1-1

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัด ที่ 30 ของฤดูกาล เป็นนัดแรกหลังจากที่พักเบรกจากโควิด-19 “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ มีคิวบุกไปเยือนถิ่น “วิคาเรจ โร้ด” บ้านของ วัตฟอร์ด ทีมอันดับ 17

ลูกทีมของ ไนเจล เพียร์สัน มี 27 คะแนนจาก 29 นัด ขณะที่ เลสเตอร์ ที่กำลังลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อยู่อันดับที่ 3 มี 53 คะแนนจาก 29 นัด

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ไม่มี ริคาร์โด้ เปเรยร่า แบ็กขวาชาวโปรตุเกส ที่กำลังพักฟื้นจากการผ่าตัดเข่า ใช้ เจมส์ จัสติน ลงเล่นแทน ในขณะที่ เดนนิส ปราท เป็นอีกคนที่ไม่ผ่านการเช็คฟิต

รายชื่อผู้เล่น : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล,เจมส์ จัสติน,ชากลาร์ โซยุนชู,จอนนี่ อีแวนส์,เบน ชิลเวลล์,ยูริ ติเลอม็องส์,วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้,มาร์ค อัลไบรท์ตัน,เจมส์ แมดดิสัน,ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และ เจมี่ วาร์ดี้

สำรอง : แดนนี่ วอร์ด,เวส มอร์แกน,เดมาราย เกรย์,เคเลชี่ อิเฮียนาโช่,อโยเซ่ เปเรซ,ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้,น็อมปาลิส เมนดี้,คริสเตียน ฟุคส์,ไรอัน เบนเน็ตต์

เกมช่วงสิบนาทีแรก ยังคงเป็นเลสเตอร์ ที่ครองเกมเอาไว้ได้มากกว่า โอกาสแรกมาถึงในนาทีที่ 11 เบน ชิลเวลล์ เติมลูกตักของ ยูริ ติเลอม็องส์ แล้วเปิดเร็วเข้ามาที่เสาแรก เจมี่ วาร์ดี้ เข้าชาร์จแต่ไปติดบล็อก เคร็ก ดอว์สัน ได้แค่ลูกเตะมุม

นาทีที่ 16 จากจังหวะผิดพลาดของ คริสเตียน คาบาเซเล่ เจมี่ วาร์ดี้ ฉกบอลมายิงนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

อิสไมล่า ซาร์ส ยังคงเป็นตัวป่วนแนวรับ เลสเตอร์ นาทีที่ 17 สปีดหนี ชิลเวลล์ เปิดบอลเข้ามาจากสุดเส้นหลังแต่ยังไปเข้าซอง แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

เลสเตอร์ ยังคงเร่งเกมและ เป็นฝ่ายครองบอลเดินหน้าเข้าหาในขณะที่ วัตฟอร์ด เองก็ใช้เกมหนักเข้าตัดใส่นักเตะเลสเตอร์ตลอด

นาทีที่ 29 เลสเตอร์ ผ่านบอลกันสวยหลายทอด สุดท้าย มาร์ค อัลไบรท์ตัน จ่ายเรียดเข้ากลางให้ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ยิงไกลบอลหลุดกรอบ

นาทีที่ 35 เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูขึ้นนำก่อน เมื่อ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ จับบอลพลาดหน้ากรอบเขตโทษ อับดุลลาย ดูคูเร่ ยิงเต็มเท้า แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 37 วัตฟอร์ด ได้ลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะฟรีคิกยาว เคร็ก ดอว์สัน โขกเช็ดลงหน้าประตู โรแบร์โต้ เปเรยร่า เตรียมเข้าชาร์จ แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ลยังออกมาคว้าไว้ได้ก่อน

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก วัตฟอร์ด เกือบได้ประตูขึ้นนำ เอเตียง กาปู เปิดออกริมเส้นฝั่งขวา อิสไมลาร์ ซาร์ส ได้เปิดเข้ามาลุ้นเสาสอง ดีที่ เจมส์ จัสติน ยังเข้ามาขวางจังหวะเข้าชาร์จ ของโรแบร์โต้ เปเรยร่า และ คริสเตียน คาบาเซเล่ ได้แบบฉิวเฉียด จบครึ่งแรกเสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลังเริ่มมาได้แค่ 3 นาที วัตฟอร์ด น่าได้ประตูขึ้นนำ เมื่อเอเตียง กาปู จ่ายทะลุแนวรับเลสเตอร์ อิสไมลาร์ ซาร์ส หลุดเดี่ยวยิงตัว ๆ กับชไมเคิ่ล แต่ยังไปติดเซฟของนายประตูชาวเดนมาร์กอีกครั้ง

นาที่ 50 วัตฟอร์ด ได้ลุ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็น ทรอย ดีนี่ย์ ได้ขึ้นโขกบริเวณเส้นหกหลา แต่บอลหลุดเสาทั้งที่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล หมดสิทธิ์ไปแล้ว

นาทีที่ 60 เลสเตอร์ ได้โอกาสบ้าง ลูกฟรีคิกระยะไกล ชากลาร์ โซยุนชู ได้โขกที่เสาไกลบอลหลุดกรอบไปแบบไม่น่าเชื่อ

นาทีที่ 65 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ขยับเปลี่ยนตัวเป็นคนแรก โดยถอดเอา ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ออกแล้วส่ง เดมาราย เกรย์ ลงไปเล่นแทน

นาทีที่ 68 เดมาราย เกรย์ ที่เพิ่งลงมาได้จังหวะโยกเข้าในแล้ว ปั่นไปเสาไกล แต่บอลโค้งออกหลังไปเยอะ

นาทีที่ 75 เลสเตอร์ พลาดการได้ประตูขึ้นนำแบบน่าเสียดาย เมื่อ เดมาราย เกรย์ ไหลให้ มาร์ อัลไบรท์ตัน ยิงเต็ม ๆ บอลไปชนเสา จังหวะต่อเนื่อง เกรย์ เก็บตกแล้ว จ่ายให้ เจมส์ แมดดิสัน ยิงด้วยซ้ายติดเซฟ เบน ฟอร์สเตอร์ ปลายมือ

นาทีที่ 76 ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้ ได้เปลี่ยนตัวลงมาเล่นแทน ยูริ ติเลอม็องส์ เพื่อเพิ่มความสดในแดนกลางบ้าง

นาทีที่ 82 ร็อดเจอร์ส ส่งแนวรุกลงมาเพิ่มอีกคน เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ลงมาเล่นแทน มาร์ค อัลไบรท์ตัน

นาทีที่ 90 กองเชียร์ จิ้งจอกสยาม ได้เฮแบบ New Normal กันเป็นครั้งแรก เมื่อ เบน ชิลเวลล์ ได้ยิงไกลด้วยซ้ายนอกกรอบเขตโทษเข้าไปอย่างสุดสวย สุดปัญญาที่ เบน ฟอร์สเตอร์ จะปัดป้องไว้ได้ เลสเตอร์ ออกนำ 1-0

นาทีที่ 90+3 วัตฟอร์ด มาตีเสมอได้เมื่อ เคร็ก ดอว์สัน มาอาศัยลูกฉุกละหุก ตีลังกายิงตีเสมอได้อย่างสุดสวย เสมอแล้วเป็น 1-1

ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมพยายามเร่งเกมจะทำประตูแต่ก็พลาดไปหมด หมดเวลา เลสเตอร์ บุกไปเสมอกับ วัตฟอร์ด 1-1

เลสเตอร์ ซิตี้ มี 54 คะแนนจาก 30 นัดอยู่ในอันดับที่ 3 ของตาราง โปรแกรมนัดต่อไปเลสเตอร์ จะได้กลับมาเล่นในบ้านพบกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน คืนวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2563 เวลา 00.00 น.