พิซซ่า – คลีนชีท กับคำสัญญาของ เคลาดิโอ รานิเอรี่

“ผมมักจะบอกเสมอว่า เด็ก ๆ เกมนี้ ฉันขอคลีนชีทนะ เอาหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ผล”

“ผมจึงเกิดความคิดว่า ถ้าพวกเขาเก็บคลีนชีทได้ ผมจะเลี้ยงพิซซ่าทุกคน มันน่าจะเป็นเกมกับ คริสตัล พาเลซ ที่ผมบอกพวกเขาครั้งแรก และเหลือเชื่อพวกเขาเก็บคลีนชีทได้ทันทีเลยแหละ 1-0 คือสกอร์ในวันนั้น”

“แน่นอน ผมทำตามสัญญา ผมพาพวกเขาไปที่ร้าน Peter Pizzeria ในตัวเมืองเลสเตอร์ แต่ผมเซอร์ไพรซ์พวกเขาเมื่อไปถึง เพราะผมบอกให้ทุกคนต้องทำพิซซ่ากินเองเท่านั้น มันสนุกสุด ๆ ไปเลย ผมกินพิซซ่าไปเยอะมากแต่ผมมีความสุขนะ ผมเป็นคนอิตาลี และผมรักพิซซ่ากับพาสต้าอยู่แล้ว!”

นั่นคือคำสัญญาที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ​ เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่สร้างตำนานเทพนิยาย “จิ้งจอกสยาม” ผู้ไม่เคยยอมแพ้ ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมกีฬาทั่วโลก

แม้กาลเวลาจะผ่านไป 6 ปีกว่าแล้ว แต่เรื่องราวที่มหัศจรรย์ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลก็ยังอยู่ในหัวใจของแฟนบอลหลายคนเสมอ โดยเฉพาะกับแฟนบอลของ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ทีมรักของพวกเขาสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนเริ่มฤดูกาล บริษัทรับพนันถูกกฎหมายในอังกฤษออกอัตราคว้าแชมป์ของพวกเขาไว้ถึง 5,000-1 ก็ตาม

หนึ่งในบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้จัดการทีมในเวลานั้นอย่าง เคลาดิโอ รานิเอรี่

“เคลาดิโอ ปีนี้เป็นปีที่สำคัญของเรามาก มันสำคัญมาก ๆ นายรู้ใช่ไหม เราต้องอยู่รอดบนพรีเมียร์ลีกต่อไปให้ได้ นี่คือประโยคแรก ๆ ที่ท่านประธานสโมสรบอกกับผมวันที่เราเจอกันครั้งแรก ผมจำได้แม่นเลย”

“ผมตอบท่านกลับไปว่า ครับ แน่นอน เราจะทำงานอย่างหนัก และเราจะพยายามบรรลุเป้าหมายให้ได้ ผมมองไปที่ 40 แต้มก่อน เราต้องรอด เราจะอยู่รอดต่อไปให้ได้ แต่ผมจำได้ วันที่ 4 เมษายน 2016 เราเป็นจ่าฝูงด้วยคะแนน 69 แต้ม ทั้ง ๆ ที่วันเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว เรารั้งอันดับสุดท้ายในลีกเดียวกัน มันน่าเหลือเชื่อมาก ๆ”

“ผมได้เจอกับนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมหลายคน ทุกคนมีเรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อ ไม่กี่ปีก่อนที่พวกเขาจะได้แชมป์ลีก นักเตะอย่าง เจมี่ วาร์ดี้ ยังเล่นอยู่นอกลีก เป็นหนุ่มโรงงานที่การเตะบอลเป็นแค่งานพาร์ทไทม์ หรืออย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ยังเล่นอยู่ในลีกลำดับล่างของฝรั่งเศส เช่นเดียวกับ ริยาด มาห์เรซ ที่เล่นลีกที่ต่ำกว่า ก็องเต้ ซะอีก”

“แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ หรือ แดนนี่ ซิมป์สัน ก็ล้มเหลวจากการขึ้นไปเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของสโมสรระดับโลก แต่วันหนึ่งพวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเหนืออดีตต้นสังกัดของพวกเขา”

“ผมจำได้ว่าเกมแรกของฤดูกาล ผมพูดกับลูกทีมว่า ทุกคน ฉันอยากให้พวกนายทุกคนเล่นเพื่อกันและกัน เราเป็นทีมเล็ก ๆ ดังนั้นเราต้องสู้ด้วยหัวใจของเรา สู้เพื่อกันและกัน เราจะไม่สนว่าคู่แข่งจะเป็นใคร สิ่งเดียวที่ฉันขอคือพวกนายทุกคนต้องสู้เต็มที่ ถ้าพวกเขาดีกว่า ปล่อยไป เรายินดีกับพวกเขา แต่พวกเขาต้องทำให้เห็นกว่าดีกว่าพวกเราจริง ๆ นั่นแหละเกมแรกของเรา”

“ผ่านไป 9 เกมแรก เราทำผลงานดีชนะหลายเกม แต่ที่น่าหงุดหงิดคือเราเสียประตูตลอดเลย ผมกังวลใจมาก และในทุกเกม ผมมักจะบอกเสมอว่า เด็ก ๆ เกมนี้ ฉันขอคลีนชีทนะ เอาหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ผล”

“ผมจึงเกิดความคิดว่า ถ้าพวกเขาเก็บคลีนชีทได้ ผมจะเลี้ยงพิซซ่าทุกคน มันน่าจะเป็นเกมกับ คริสตัล พาเลซ ที่ผมบอกพวกเขาครั้งแรก และเหลือเชื่อพวกเขาเก็บคลีนชีทได้ทันทีเลยแหละ 1-0 คือสกอร์ในวันนั้น”

“แน่นอน ผมทำตามสัญญา ผมพาพวกเขาไปที่ร้าน Peter Pizzeria ในตัวเมืองเลสเตอร์ แต่ผมเซอร์ไพรซ์พวกเขาเมื่อไปถึง เพราะผมบอกให้ทุกคนต้องทำพิซซ่ากินเองเท่านั้น มันสนุกสุด ๆ ไปเลย ผมกินพิซซ่าไปเยอะมากแต่ผมมีความสุขนะ ผมเป็นคนอิตาลี และผมรักพิซซ่ากับพาสต้าอยู่แล้ว!”

“ความสามัคคีคือกุญแจของทีม เรามีนักเตะประมาณ 26 คน 26 สมอง 52 ขา แต่มีหัวใจเดียวกัน ตอนใกล้จบฤดูกาล ความกดดันเริ่มเข้ามา แต่ผมบอกกับทุกคนว่า ไม่ว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวของเราจะจบลงอย่างไร ถึงอย่างไรก็ตามเราได้สร้างแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ ฟุตบอล และนักฟุตบอลทั่วโลก”

“พวกเขาจะคิดว่า ถ้า วาร์ดี้ ทำได้ ถ้า ก็องเต้ ทำได้ แล้วทำไมเราจะไม่ได้ละ เราเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นเรียบร้อยแล้ว เรื่องราวของพวกเราไม่ได้เกิดจากความโชคดีหรอก ทุกคนทำงานหนัก ทุกคนพยายาม ทุกคนเปิดใจ ทุกคนสู้เพื่อนกันและกัน เราถึงประสบความสำเร็จได้”

“และถ้าเราทำงานหนักต่อไป เราไม่หยุดที่จะฝัน ไม่หยุดที่จะหวัง ผมเชื่อว่าวันใดวันหนึ่ง พวกเขาก็จะได้ฉลองเหมือนกับพวกเราทุกคนที่ร้านพิซซ่าในวันนั้น”

-เคลาดิโอ รานิเอรี่-