ฟุตบอลยูโร 2020 ครั้งแรกกับเจ้าภาพร่วม 11 ประเทศ

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 ถือเป็นครั้งแรกที่มีประเทศเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันถึง 11 ประเทศ โดยไอเดียในการมีเจ้าภาพร่วมหลายประเทศนี้มาจากอดีตประธานยูฟ่า มิเชล พลาตินี่ ที่ต้องการให้ยูโร 2020 เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

เดิม ยูโร 2020 มีประเทศที่ได้รับเลือกให้เป็นประเทศเจ้าภาพร่วมถึง 13 ประเทศ แต่ด้วยเหตุผลเรื่องการก่อสร้างสนาม จึงมีการถอดเมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม จากประเทศเจ้าภาพ และ ย้ายแมทช์การแข่งขันที่บรัสเซลส์ ไปที่ เวมบลีย์ ประเทศอังกฤษแทน

นอกจากนี้ ยูฟ่า ยังมีการถอดเมืองดับลิน ในไอร์แลนด์ ออกจากประเทศเจ้าภาพเนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของ โควิด-19 โดยแมทช์การแข่งขันในรอบแรก และ รอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ ดับลิน ทั้ง 3 เกมจะย้ายไปที่สนาม เครสตอฟสกี้ สเตเดี้ยม ที่เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย

ก่อนหน้านี้ ฟุตบอลยูโร เคยมีเจ้าภาพร่วมมาแล้ว ในยูโร 2000 เป็น เบลเยี่ยม ร่วมกับ ฮอลแลนด์ ,ยูโร 2008 ออสเตรีย ร่วมกับ สวิตเซอร์แลนด์ และ ยูโร 2012 โปแลนด์ ร่วมกับ ยูเครน แต่ก็มีประเทศเจ้าภาพแค่ 2 ประเทศเท่านั้น

แม้ว่า หลายเสียงจะยกมือสนับสนุนให้มีการกระจายประเทศเจ้าภาพโดยแบ่งการแข่งขันออกไปทั่วทวีปยุโรป แต่ในมุมของแฟนบอลหลายคนมองว่า การกระจายประเทศเจ้าภาพออกไปจะทำให้ เสน่ห์ของฟุตบอลยูโร หายไปด้วย

เดิมการเป็นเจ้าภาพเดี่ยว หรือเจ้าภาพคู่ นั่นจะทำให้กระแสฟุตบอลยูโร กระจายไปทั่วประเทศเจ้าภาพ และทั่วโลก นักท่องเที่ยว และ แฟนบอลต่างมุ่งหน้าไปที่ประเทศเจ้าภาพ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเจ้าภาพ เติบโตอย่างมหาศาล ที่สำคัญกระแสความคลั่งไคล้ฟุตบอลยูโรจะอยู่ กับประเทศเจ้าภาพยาวนานเป็นเดือนจนกว่าทัวร์นาเม้นท์จะจบลง

บรรดาแฟนบอลที่ติดตามเชียร์ทีมชาติของตัวเอง ก็จะวางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น ในการติดตามไปเชียร์ทั้งในรอบแรก รอบ 16 ทีมสุดท้าย หรือยาวไปถึงนัดชิงชนะเลิศ ในประเทศเดียว หรือหากเป็นเจ้าภาพคู่ อย่างน้อยก็เป็นประเทศที่มีพรมแดนติดกัน

แต่การเป็นเจ้าภาพ ร่วม 11 ประเทศแบบนี้ ทำให้การวางแผนติดตามเชียร์ชาติของตัวเอง ยากขึ้น และ ยิ่งอยู่ในช่วงของการแพร่ระบาด โควิด-19 เงื่อนไขในการเข้าประเทศของแต่ละประเทศก็จะกลายเป็นอุปสรรคสำหรับแฟนบอลยิ่งขึ้นไปอีก

ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นแฟนบอลทีมชาติเบลเยี่ยม และต้องการเชียร์ทีมรัก ทุกนัดจนถึงรอบชิงชนะเลิศ จากเดิมที่วางแผนการเดินทางในประเทศเดียว แต่หากเป็น ยูโร 2020 ในรอบแรก แฟนเบลเยี่ยม จะต้องเดินทางข้ามประเทศตั้งแต่ เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย ,โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก, เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซีย ทั้งสามนัดในรอบแรก

รอบสอง อาจต้องตามไปเชียร์ที่ เซบีญ่า สเปน , รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปที่ มิวนิค เยอรมนี รอบรองชนะเลิศ และ รอบชิงชนะเลิศ ที่ ลอนดอน อังกฤษ เรียกว่าต้องวางแผนการเดินทางกันหลายประเทศ เปลืองทั้งพลังงานและเปลืองงบประมาณอีกด้วย

อย่างไรก็ตามในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปครั้งต่อไป ปัญหาการตามเชียร์ทีมรักในหลายประเทศนี้จะหมดไปเมื่อ เยอรมนี ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอล ยูโร 2024 อย่างเป็นทางการไปแล้วเรียบร้อย นับเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพฟุตบอลยูโร ของเยอรมนี เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เยอรมันตะวันตกได้เป็นเจ้าภาพในปี 1988

ร่วมให้กำลังใจนักเตะเลสเตอร์ ซิตี้ และเกาะติดกระแสฟุตบอลยูโร 2020 ไปกับเราตลอดทัวร์นาเม้นท์ ที่เฟสบุคแฟนเพจ Leicester City FC Thailand ,www.lcfcthai.com และทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของเรา