“จิ้งจอกสยาม” เปิดบ้านชนะ “แตน” ทำสถิติชนะ 7 นัดติดในลีก

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดที่ 15 ของฤดูกาล เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับที่ 3 ของตารางคะแนน ลงเล่นในบ้าน คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม พบกับวัตฟอร์ด ทีมอันดับสุดท้ายของตาราง

“จิ้งจอกสยาม” ไม่มี เบน ชิลเวลล์ ที่บาดเจ็บใช้คริสเตียน ฟุคส์ แบ็คซ้ายชาวออสเตรียลงสนามเป็นตัวจริงแทนนอกนั้น ไม่เปลี่ยนผู้เล่นจากเกมนัดที่แล้ว

รายชื่อผู้เล่น : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล,ริคาร์โด้ เปเรยร่า,จอนนี่ อีแวนส์,ชากลาร์ โซยุนชู,คริสเตียน ฟุคส์,วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้,ยูริ ติเลอม็องส์,เจมส์ แมดดิสัน,อโยเซ่ เปเรซ,ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และ เจมี่ วาร์ดี้

สำรอง : แดนนี่ วอร์ด,เจมส์ จัสติน,เวส มอร์แกน,ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้,เคเลชี่ อิเฮียนาโช่,มาร์ค อัลไบรท์ตัน ,เดนนิส ปราท

เกมนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ต้องเจอกับอดีตทีมเก่า ที่คุมทีมมาโดย เฮย์เด้น มัลลินส์ ที่ทำหน้าที่ชั่วคราวแทน กิเก้ ซานเชซ ฟลอเรส ที่เพิ่งโดนปลดไป

ช่วงต้นเกม เลสเตอร์ มีโอกาสสองครั้งจาก อโยเซ่ เปเรซ แต่ก็พลาดไปทั้งสองครั้ง นาทีที่ 24 จังหวะหลุดเข้าเขตโทษของฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ทางซ้ายแต่ ก็ยิงไปเข้าข้างตาข่าย

นาทีที่ 36 เลสเตอร์ ทำได้สวย อโยเซ่ เปเรซ ทำชิ่งกับ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ให้บาร์นส์หลุดมายิงในเขตโทษแต่ยังไปติด เบน ฟอร์สเตอร์

นาทีที่ 37 ผู้ตัดสินมาเช็คดู VAR จากจังหวะที่ เจมี่ วาร์ดี้ ไปโดนอาเดรียน มาริอัปป้า สกัดล้มในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสิน เคร็ก พาวสัน เช็คกับทีมงานแล้ว ไม่ให้จุดโทษแถมควักใบเหลืองให้วาร์ดี้ ในข้อหาพุ่งล้ม

นาทีที่ 42 เป็นโอกาสของวัตฟอร์ด บ้าง เมื่อเคราร์ด เดโลเฟว ปิดฟรีคิกอันตรายมาหน้าประตูแต่บอลหลุดเสาไกลไปนิดเดียว

การโต้กลับของ แตนอาละวาด ยังอันตรายช่วงท้ายครึ่งแรก วิล ฮิวจส์ ได้ยิงโล่ง ๆ หน้าเขตโทษแต่ไปติด ทรอย ดีนี่ย์ พวกเดียวกันเองออกหลังไปอย่างน่าหวาดเสียว

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก เจมี่ วาร์ดี้ ได้โอกาสพลิกบอลจากการจ่ายของฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ในเขตโทษ แต่จังหวะดึงบอลเข้าเท้าขวาไปติด เคร็ก แค็ธคาร์ท ซะก่อน

เริ่มครึ่งหลัง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เปลี่ยนเอา อโยเซ่ เปเรซ ออกไปพักแล้วให้ เดนนิส ปราท ลงมาเล่นแทน เริ่มเกมมาได้แค่นาทีเดียวก็ได้ลุ้นเมื่อ ชากลาร์ โซยุนชู ได้เก็บตก วอลเล่ย์ เต็ม ๆ บอลข้ามคานออกหลัง

นาทีที่ 51 เจ้าบ้านได้โอกาสอีกครั้งเมื่อ บาร์นส์ หาจังหวะพาบอลหลบ กิโก้ เฟเมเนีย เข้าไปยิงด้วยซ้ายมุมแคบ แต่ยังไปติด เซฟ ของ เบน ฟอร์สเตอร์

นาทีที่ 53 เลสเตอร์ มาได้จุดโทษ เมื่อ อดัม มาซิน่า เอามือไปผลักที่หน้าของจอนนี่ อีแวนส์ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที เจมี่ วาร์ดี้ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด เลสเตอร์ ขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 60 จังหวะสวนกลับของเลสเตอร์ ติเลอม็องส์ จ่ายให้วาร์ดี้ หลุดเดี่ยวไปดวลกับฟอร์สเตอร์ แล้ววาร์ดี้ บรรจงชิพ บอลจะเข้าประตูอยู่แล้วแต่ อดัม มาซิน่า ไปเคลียร์ออกมาจากเส้นหวุดหวิด

นาทีที่ 69 เลสเตอร์ ขยับอีกครั้ง เปลี่ยนตัวผู้เล่น เอา ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้ ลงมาไล่ตัดเกมในแดนกลางแทน ยูริ ติเลอม็องส์

นาทีที่ 80 ร็อดเจอร์ส เปลี่ยนเอา ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ออกไปพักบ้างแล้วให้เจมส์ จัสติน ลงไปเล่นแทน

นาทีที่ 84 เจมส์ จัสติน ได้โอกาสเปิดให้ เดนนิส ปราทได้ ปั่นด้วยขวาในกรอบเขตโทษแต่ยังไปติดบล็อกผู้เล่นของวัตฟอร์ด ยังไม่ได้ประตูที่สอง

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 5 เลสเตอร์ มาได้ประตูปิดกล่อง จากเจมส์ แมดดิสัน ที่พาบอลทะลุแนวรับของ วัตฟอร์ด เข้าไปยิงผ่านมือ เบน ฟอร์สเตอร์ เข้าไปเป็น 2-0

จบเกม ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ชนะ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด 2-0 ทำสถิติ ชนะในลีก 7 นัดติด และ ทำคลีนชีต 7 นัดในลีก เสียเพียง 9 ประตูน้อยที่สุดในลีก

เลสเตอร์ มี 35 คะแนนจาก 15 นัด แซงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับขึ้นไปอยู่อันดับที่สองของตาราง นัดต่อไป เลสเตอร์ มีโปรแกรมบุกไปเยือน แอสตัน วิลล่า วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2562 เวลา 21.00 น.