เลสเตอร์ พ่าย เชลซี ตกรอบก่อนรองฯ เอฟเอคัพ

“จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ลงสนามในเกมเอฟเอคัพ รอบ 8 ทีมสุดท้ายโดยมีคิวเปิดบ้านต้อนรับทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี

เลสเตอร์ ซิตี้ ของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผ่านคู่ต่อสู้อย่าง วีแกน ในรอบที่ 3,เบรนท์ฟอร์ด ในรอบที่ 4 และ เบอร์มิ่งแฮม ซิตี้ ในรอบที่ 5

ในขณะที่ เชลซี ของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผ่านคู่ต่อสู้อย่าง น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์,ฮัลล์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ในรอบที่ผ่านมา

เกมนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ปรับทัพจากในเกมล่าสุด โดยส่ง เดนนิส ปราท ลงเล่นในแดนกลางกับ ยูริ ติเลอม็องส์ ส่วนตัวรุกทางริมเส้น ให้โอกาส อโยเซ่ เปเรซ และ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง ในขณะที่ เจมส์ แมดดิสัน ไม่มีรายชื่อทั้งตัวจริงและตัวสำรอง

รายชื่อผู้เล่น : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เจมส์​ จัสติน,​ จอนนี่​ อีแวนส์, ชากลาร์ โซยุนชู, เบน​ ชิลเวลล์​ – วิลเฟร็ด​ เอ็นดิดี้ – ยูริ ติเลอม็องส์,เดนนิส ปราท,​ -​ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์,อโยเซ่ เปเรซ, เจมี่ วาร์ดี้

สำรอง : แดนนี่ วอร์ด,เวส มอร์แกน,เดมาราย เกรย์,มาร์ค อัลไบรท์ตัน,เคเลชี่ อิเฮียนาโช่,ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้,น็อมปาลิส เมนดี้,คริสเตียน ฟุคส์,ไรอัน เบนเน็ตต์

เริ่มเกมมาถึงนาทีที่ 14 เลสเตอร์ มีโอกาสลุ้นประตูจากลูกฟรีคิกจากจังหวะเปิดของ ยูริ ติเลอม็องส์ แต่ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ โขกไปเข้ามือ วิลลี่ กาบาเยโร่

น.20 ยูริ ติเลอม็องส์ ตัดบอลได้ตรงกลางสนามแล้วลากจี้เข้าหากรอบเขตโทษ แล้วกดด้วยซ้ายทันที กาบาเยโร่ ยังปัดทิ้งออกข้างไปได้

น.23 คริสเตียน พูลิซิช พลิกบอลหนี เข้าพื้นที่อันตราย ชากลาร์ โซยุนชูต้องตัดเกม รับใบเหลืองไปเป็นคนแรกของเกม

น.29 อโยเซ่ เปเรซ ไปโดนเคิร์ท ซูม่า ดึงล้มนอกเขตโทษ เบน ชิลเวลล์ รับหน้าที่หยอดฟรีคิก เข้ามา จอนนี่ อีแวนส์ โผเข้าโขก บอลโดนบางไปหน่อย หลุดกรอบออกไป

น.30 เชลซี ต่อบอลเข้าเขตโทษได้สวย คริสเตียน พูลิซิช ได้ยิงเต็ม ๆ ด้วยเท้าขวา แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังซูเปอร์เซฟ ออกไปได้หวุดหวิด

น.32 เป็นทีของ เจ้าบ้านบ้าง อโยเซ่ เปเรซ จิ้มบอลต่อให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ยิงด้วยซ้ายแต่บอลเชิดข้ามคานไปเยอะ

ช่วงนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เลสเตอร์ ได้จังหวะจบอีกครั้ง ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ไหลต่อให้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดไปยิงด้วยซ้าย แต่บอลถากเสาไกลไม่ได้ลุ้น

จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0

ครึ่งหลัง แฟร้งค์ แลมพาร์ด เพิ่มอาวุธหนักด้วยการส่ง มัตเตโอ โควาซิช,รอสส์ บาร์คลี่ย์ และ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ลงมาเล่นแทน รีซ เจมส์,เมสัน เมาท์ และ บิลลี่ กิลมอร์ ส่วนทางฝั่งเลสเตอร์ ยังไม่มีการขยับเปลี่ยนตัว

น.57 เกมเลสเตอร์ ซิตี้ยังไม่ดีขึ้น เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เปลี่ยนเอา เดนนิส ปราท กับ อโยเซ่ เปเรซ ออกมาพัก แล้วให้ ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้ และ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ลงมาเล่นแทน

น.63 ทีมเยือน เชลซี ก็มาได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 เมื่อ วิลเลี่ยน ได้เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาเข้ามาในกรอบเขตโทษ รอสส์ บาร์คลี่ย์ โฉบเข้ามาตวัดยิงบอลเข้าเสียบเสาสองไปอย่างสวยงาม ลูกทีมแฟร้งค์ แลมพาร์ด บุกมานำแล้ว 1-0

เจ้าบ้านพยายามเดินหน้าบุกหวังทำประตูตีเสมอแต่ เชลซี เองก็ขึงเกมรับกันได้แน่นหนา เกมผ่านมาถึง น.74 เลสเตอร์ ยังไม่มีโอกาสพังประตูตีเสมอได้

น.76 ร็อดเจอร์ส ส่ง เดมาราย เกรย์ ลงมาลากเลื้อยแทน ฮาร์วี่ย์ บาร์นส บ้าง

น.79 เบน ชิลเวลล์ ลองลากบอลมาเอง แล้ว ยิงเรียดจากนอกกรอบเขตโทษแต่บอลไปตรงตัว กาบาเยโร่

น.81 จากจังหวะจ่ายบอลพลาดของ จอนนี่ อีแวนส์ ทำให้ทีมโดนตัดบอล สุดท้าย รอสส์ บาร์คลี่ย์ ได้โอกาสยิงไกลแต่บอลไม่เข้ากรอบ

น.88 จากจังหวะที่เลสเตอร์ กำลังบุกหนักเพื่อตีเสมอ เชลซี โต้กลับมาน่ากลัว รอสส์ บาร์คลี่ย์ ได้ยิงเต็ม ๆ อีกแล้วจากนอกเขตโทษ ดีที่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังปัดทิ้งออกหลังไปได้

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เบน ชิลเวลล์ ไหลย้อนให้ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ยิงด้วยซ้ายจากนอกเขตโทษ แต่บอลไม่มีน้ำหนักออกข้างไปไม่ได้ลุ้น

จบเกม เชลซี บุกมาเฉือนชนะเลสเตอร์ ซิตี้ ไป 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป

โปรแกรมพรีเมียร์ลีกนัดต่อไปเลสเตอร์ ซิตี้ จะบุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ที่กูดินสัน พาร์ค คืนวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เวลา 00.00 น.