จิ้งจอกสยามพลาดท่าพ่ายนักบุญในบ้าน

“จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 22 ของฤดูกาล เปิดบ้าน “คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม” พบกับ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนลงสนามในเกมนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่อันดับที่ 2 ของตาราง มี 45 คะแนนจาก 21 นัด ในขณะที่ เซาธ์แฮมป์ตัน มี 25 คะแนนจาก 21 นัด อยู่ในอันดับที่ 12 ของตาราง

การพบกันนัดแรกของฤดูกาล เลสเตอร์ บุกไปถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน 9-0 สร้างสถิติชนะคู่ต่อสู้มากที่สุดของพรีเมียร์ลีกด้วย

เกมนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ต้องขาด วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ที่ได้รับบาดเจ็บ เข้ารับการผ่าตัดไปแล้ว โดยใช้ ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้ ลงมาเล่นแทน

รายชื่อผู้เล่น : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ริคาร์โด้ เปเรยร่า,​ จอนนี่​ อีแวนส์, ชากลาร์ โซยุนชู,เบน​ ชิลเวลล์​ – ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้,อโยเซ่ เปเรซ,ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์,เจมส์​ แมดดิสัน,เดนนิส ปราท-​ เจมี่ วาร์ดี้

สำรอง : แดนนี่ วอร์ด,เจมส์ จัสติน,ฟิลิป เบนโควิช,เดมาราย เกรย์,ยูริ ติเลอม็องส์,เคเลชี่ อิเฮียนาโช่,มาร์ค อัลไบรท์ตัน

นาทีที่ 6 เลสเตอร์โดนตัดบอลตรงกลาง ชากลาร์ โซยุนชู สกัดบอลไม่ดีไปติดที่ แดนนี่ อิงก์ส ร้อนถึง แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ต้องออกมาเซฟลูกยิงของ อิงก์ส ถึง 2 ครั้งซ้อน ๆ

นาทีที่ 14 จิ้งจอกสยาม ก็ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ อโยเซ่ เปเรซ ฉวยจังหวะเล่นเร็วหลังจากโดนทำฟาวล์ ที่กลางสนาม ให้เจมี่ วาร์ดี้ ควบไปริมเส้นฝั่งซ้ายแล้วเปิดลึกไปเสาไกล เดนนิส ปราท เข้าชาร์จไม่พลาด เลสเตอร์ ออกนำ 1-0 เป็นประตูแรกของ เดนนิส ปราท กับเลสเตอร์ ด้วย

นาทีที่ 19 ทีมเยือน ก็มาตีเสมอได้ เมื่อสจ๊วต อาร์มสตรอง ได้บอลจาก เชน ลอง ริมกรอบเขตโทษฝั่งขวา แล้ว ล็อกเข้าซ้าย ยิงทันที บอลไปแฉลบ หลังของเจมส์ แมดดิสัน เข้าประตูไป หมดปัญญาที่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ลจะเซฟไว้ได้ ทีมนักบุญตีเสมอแล้ว 1-1

นาทีที่ 28 แยน เบดนาเร็ค ได้วอลเล่ย์ ด้วยขาจากนอกกรอบเขตโทษ บอลฮุคลงพื้น เกือบจะเข้าเสาไกล แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ต้องออกแรงเซฟอีกครั้ง

นาทีที่ 31 จากจังหวะปั๊มบอลของ ริคาร์โด้ เปเรยร่า บอลทะลักมาเข้าทาง เจมี่ วาร์ดี้ เข้าไปยิงผ่านมือ อเล็กซ์ แม็คคาธี่ย์ แต่ผู้ตัดสิน ลี เมสัน เป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าก่อนแล้ว

นาทีที่ 42 ทีมเยือนเกือบพลิกขึ้นนำ เมื่อ สจ๊วต อาร์มสตรอง หลุดไปถึงเส้นหลังแล้วเปิดมาเสาแรก แดนนี่ อิงกส์ เข้าชาร์จที่เสาแรก บอลไปชนคาน ถัดมานาทีเดียว แดนนี่ อิงก์ส ได้โอกาสยิงเต็ม ๆ ที่เส้นเขตโทษฝั่งซ้าย บอลพุ่งไปชนคานดังโครม

จบครึ่งแรก เสมอกันอยู่ 1-1 โดยที่ทีมเยือน นักบุญ เป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่า

เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่นาทีเดียว ทีมนักบุญก็เกือบได้ประตูที่สอง เมื่อลูกโยนฟรีคิกของ ไรอัน เบอร์ทราน ที่เสาสอง แคสเปอร์ ออกมาตัดบอลไม่ถึง แจ๊ก สตีเฟ่น แปย้อนกะเข้าประตู แต่ ชากลาร์ โซยุนชู ยังเคลียร์บอลออกมาจากเส้น

นาทีที่ 52 เลสเตอร์ ได้ลูกเตะมุม ทางมุมธงฝั่งซ้าย เจมส์ แมดดิสัน ปั่นโค้งไปกลางประตู จอนนี่ อีแวนส์ ขึ้นโขกเช็ดที่เสาแรก แต่ยังไปตรงตัว แม็คคาธี่ย์ ปัดทิ้งออกมาจากเส้น

นาทีที่ 57 ร็อดเจอร์ส ขยับเปลี่ยนตัวคนแรก เอา เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ลงมาเล่นแทน ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์

นาทีที่ 62 เลสเตอร์ ซิตี้ มาเสียจุดโทษ จากจังหวะที่ แดนนี่ อิงก์ส โดน โซยุนชู เบียดล้มในเขตโทษแต่สุดท้ายผู้ตัดสิน มาเช็ค VAR ให้เป็นจังหวะล้ำหน้าแทน

นาทีที่ 66 เลสเตอร์ ซิตี้ มาได้ประตูบ้าง จากเคเลชี่ อิเฮียนาโช่ แต่ ผู้ตัดสินมาดู VAR แล้ว ก็จับเป็นจังหวะล้ำหน้าอีกเช่นเดียวกัน

นาทีที่ 67 ร็อดเจอร์ส เปลี่ยนอีกคน เอา เดมาราย เกรย์ ลงมาเล่นแทน อโยเซ่ เปเรซ

นาทีที่ 76 เลสเตอร์ เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย เอา ยูริ ติเลอม็องส์ ลงมาเล่นแทน เดนนิส ปราท

นาทีที่ 81 เซาธ์แฮมป์ตัน มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ เมื่อ เช อดัมส์ จ่ายทะลุช่องให้ แดนี่ อิงก์ส หลุดเดียวไปยิงด้วยขวา บอลแฉลบขาของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เข้าประตูไป ทีมนักบุญบุกมานำแล้ว 2-1

นาทีที่ 83 ฮัมซ่า สกัดบอลพลาด นาธาน เร้ดมอนด์ ควบบอลจี้เข้าหาเขตโทษแล้วจ่ายให้ แดนนี่ อิงก์ส ยิงเหน่ง ๆ ไปติดเซฟ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ไม่งั้นกลายเป็น 3-1

นาทีที่ 84 เดมาราย เกรย์ รับบอลจากเจมี่ วาร์ดี้ แล้วเลี้ยงตัดเข้าในยิงด้วยขวา แต่ยังติดเซฟ แม็คคาร์ธี่ย์

นาทีที่ 86 ติเลอม็องส์ จ่าย ทะลุุ ให้ อิเฮียนาโช่ ยิงด้วยซ้ายเต็ม ๆ ในเขตโทษแต่ยังติดเซฟ แม็คคาร์ธีย์ ที่เสาแรก

นาทีที่ 90 ฟริคิกของเจมส์ แมดดิสัน เปิดให้ จอนนี่ อีแวนส์ โขกเข้าประตูไป แต่ VAR ก็ดึงประตูกลับคืนเพราะเป็นลูกล้ำหน้า

เวลาที่เหลือ ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ พ่ายให้กับ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน ไป 1-2

เลสเตอร์ มี 45 คะแนนจาก 22 นัด อยู่อันดับที่ 2 ของตาราง นัดต่อไป เลสเตอร์ จะบุกไปเยือน เบิร์นลี่ย์ วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563 เวลา 21.00 น.