บุกทั้งเกม จบไม่คม “จิ้งจอก” พ่าย “ไก่เดือยทอง”

“จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ทำศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 26 ของฤดูกาล บุกไปเยือน “เวมบลีย์ สเตเดี้ยม” ของทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โดยก่อนเกมเลสเตอร์ มี 32 คะแนนจาก 25 นัดอยู่ในอันดับที่ 12 ในขณะที่ เจ้าบ้าน ไก่เดือยทอง มี 57คะแนนจาก 25 นัด อยู่ในอันดับที่ 3 ของตาราง
โคล้ด ปูแอล ส่งยูริ ติเลอม็องส์ มิดฟิลด์ทีมชาติเบลเยี่ยม ลงประเดิมเกมพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรก โดยน็อมปาลิส เมนดี้ เจ็บในระหว่างวอร์มอัพ จึงมีการปรับ ให้วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ลงเป็นตัวจริง และ ขยับ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ มาเป็นรายชื่อ สำรองแทนในขณะที่ในแนวรุก เจมี่ วาร์ดี้ ถูกดร็อบเป็นตัวสำรอง แล้ว ให้ เดมาราย เกรย์ ยืนเป็นหน้าเป้า


ในรายของ มาร์ค อัลไบรท์ตัน มีปัญหาเจ็บกล้ามเนื้อต้นขา ปิดเทอมยาวจนจบฤดูกาลไปแล้วเรียบร้อย
11 ตัวจริง แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ,ริคาร์โด้ เปเรยร่า ,จอนนี่ อีแวนส์,แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ,เบน ชิลเวลล์,วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้,ยูริ ติเลอม็องส์,ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์,เจมส์ แมดดิสัน,ราชิด เกซซาล และ เดมาราย เกรย์
สำรอง : แดนนี่ วอร์ด ,เวส มอร์แกน,ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้,เคเลชี่ อิเฮียนาโช่,แดนนี่ ซิมป์สัน,ชินจิ โอกาซากิ,เจมี่ วาร์ดี้

เริ่มเกมมาได้ 8 นาทีเลสเตอร์ ได้ลุ้นจากฟรีคิก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โหม่ง เกือบเสียบใต้คานแต่ ฮูโก้ ยอริส ปัดทิ้งข้ามคาน จากจังหวะลูกเตะมุม เลสเตอร์ ได้โขกอีกครั้งก็ไม่มีอะไร
ถัดมานาทีเดียว ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ รับบอลจาก แมดดิสัน หลุดเข้ากรอบเขตโทษ ยิงด้วยซ้ายแต่ หลุดกรอบแบบได้ลุ้น

นาทีที่ การประสานงานของ ติเลอม็องส์ และ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ทำให้เลสเตอร์ เกือบได้ประตูขึ้นนำ บาร์นส์ หลุดไปทางซ้ายแล้วได้เปิดเข้ากลาง แมดดิสัน ได้ยิงด้วยซ้ายแต่บอลเบาเกินไป
นาทีที่ 31 จากจังหวะผิดพลาดของ คริสเตียน เอริคเซ่น เบน ชิลเวลล์ ฉกบอลมาได้แล้วจ่าย ให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ หลุดเข้าไปยิง ด้วยขวาเต็ม ๆ แต่หักมากไปหลุดกรอบ
ถัดมาแค่ สองนาที สเปอร์ส เจ้าบ้านก็ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะลูกเตะมุม ทริปเปียร์ เล่นสั้น ให้ เอริคเซ่น หยอดให้ ดาวินซอน ซานเชซ พุ่งเข้ามาโขกเข้าประตูไปอย่างสวยงาม โดยผู้เล่นเลสเตอร์ พยายามประท้วงว่าเป็นจังหวะล้ำหน้าแต่ ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ผู้ตัดสิน เป่าให้ได้ประตูไปแล้ว


ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ยูริ ติเลอม็องส์ ได้เปิดยัด ๆ จากมุมธง บอลติดไซด์โค้ง โยริส รับไม่อยู่ เกือบเข้าประตูตัวเอง จบครึ่งแรก เจ้าถิ่นออกนำไปก่อน 1-0
เริ่มครึ่งหลังเลสเตอร์ บุกได้อย่างดุดัน นาทีที่ 50 ริคาร์โด้ เปเรยร่า ได้เติมทางขวา เปิดโค้งมากลางประตู เดมาราย เกรย์ ได้โขกเต็ม ๆ เข้าซอง ฮูโก้ โยริส
นาทีที่ 55 เบน ชิลเวลล์ จ่ายทะลุ ให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ หักกลับมาให้ เกรย์ กลับตัวยิง เข้าซอง โยริส อีกครั้ง


ถัดมานาทีเดียว ทีมจิ้งจอกสยาม ได้โต้กลับ เบน ชิลเวลล์ ลากมาจนถึงหน้ากรอบเขตโทษ แต่ไปยิงด้วยขวา บอลยังไม่ผ่าน โยริส
นาทีที่ 59 เลสเตอร์ ได้ จุดโทษ เมื่อเจมส์ แมดดิสัน โดนเกี่ยวล้มในเขตโทษ เจมี่ วาร์ดี้ ที่ได้เปลี่ยนตัวลงมาแทน เดมาราย เกรย์ รับหน้าที่ ยิงทันที และ สังหารไปทางซ้ายมือของตัวเอง โดน โยริส พุ่งไปเซฟได้อีกครั้ง เลสเตอร์ ยังตีเสมอไม่ได้


สเปอร์ส ที่นาน ๆ จะมีจังหวะครั้งนึง แต่มาได้ประตู 2-0 อย่างเหลือเชื่อ เมื่อ เปเรยร่า เปิดบอลไม่ดี ไปติดหลัง โอลิเวอร์ สคิป ยอเรนเต้ เก็บได้ แล้ว ดีดต่อให้ คริสเตียน เอริคเซ่น ยิงด้วยขวา เสาแรก เข้าไปอย่างสวยงาม

เลสเตอร์ เกือบจะได้ประตู ตีไข่แตกกลับมาเหมือนกัน เมื่อ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ หลุดเดียวในกรอบเขตโทษ จ่อ ๆ แต่ ก็ยังยิงไปติด ฮูโก้ โยริส อีก
นาทีที่ 76 เลสเตอร์ ก็มาได้ประตูตีตื้นขึ้นมา เมื่อ ริคาร์โด้ เปเรยร่า รับบอลจาก ยูริ ติเลอม็องส์ หลุดไปเปิดจากด้านขวาเข้ามากลางประตูให้ เจมี่ วาร์ดี้ เข้าชาร์จ ไล่มาแล้ว 1-2


เลสเตอร์ บุกแหลก อีกแล้ว นาทีที่ 81 ริคาร์โด้ เปเรยร่า ได้ตักเข้าไปในเขตโทษ เจมี่ วาร์ดี้ ได้วอลเล่ย์ เต็ม ๆ ข้ามคานไปแบบได้ลุ้นอีกครั้ง
นาทีที่ 83 เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ที่เปลี่ยนลงมาแทน ราชิด เกซซาล ได้ หลุดเข้ากรอบเขตโทษ ตัดเข้าในแล้วยิงด้วยซ้าย หลุดเสาแรกไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด


ชินจิ โอกาซากิ ถูกส่งลงมาแทน ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ช่วงท้ายเกม เลสเตอร์ ลุยหนักจากจังหวะเตะมุม ชิลเวลล์ ได้โขก แต่บอลเบาไปเข้ามือ โยริส
แต่ช่วงนาทีที่ 90 จังหวะสวนกลับที่ ชิลเวลล์ เปิดไม่ดี ซิสโซโก้ ตวัดทิ้ง จากในกรอบเขตโทษ เอ็นดิดี้ สกัดไม่โดน ซน เฮือง มิน ควบเดี่ยว เข้าไปยิงหนีมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เป็น 3-1


ช่วงทดเจ็บ ชิลเวลล์ ได้โขก จากลูกเตะมุม เต็มหัว ก็ยังเข้ามือ ฮูโก้ โยริส อีกครั้ง
จบเกม เลสเตอร์ บุกไปพ่ายให้กับ สเปอร์ส 1-3 มี 32 คะแนน จาก 26 นัด ยังอยู่ที่ อันดับ 12 ของตาราง