วาร์ดี้ กด 2 เลสเตอร์ เปิดบ้าน ทุบเจ้าสัวน้อย ขยับขึ้นที่ 10

เลสเตอร์ ซิตี้ ลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 30 ของฤดูกาลเปิดบ้าน คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของทีม “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม โดยก่อนลงสนาม เจ้าบ้าน “จิ้งจอกสยาม” อยู่ในอันดับที่ 11 ในขณะที่ ทีมเยือน อยู่ในอันดับที่ 19 เป็นรองบ๊วย

เกมนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์สได้คุมทีมลงเล่นในบ้านเป็นนัดแรก และไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บรบกวนเพิ่มเติมนอกจากตัวที่เจ็บยาวจนจบฤดูกาลอย่างมาร์ค อัลไบรท์ตัน และ ดาเนี่ยล อมาร์ตีย์

ส่วนทางทีมเยือน “เดอะ คอทเทจเจอร์” เพิ่งจะปลด เคลาดิโอ รานิเอรี่ ออกจากตำแหน่งและ แต่งตั้งให้ สก็อต พาร์เกอร์ คุมทีมแทนเป็นการชั่วคราว

11 ผู้เล่นของที่ทาง “บีร็อด” ส่งลงสนาม ในระบบ 4-2-3-1 มีดังนี้

แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล,ริคาร์โด้ เปเรยร่า,จอนนี่ อีแวนส์,แฮร์รี่ แม็กไกวร์,เบน ชิลเวลล์,วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้,ยูริ ติเลอม็องส์,เดมาราย เกรย์,เจมส์ แมดดิสัน,ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และ หน้าเป้า เจมี่ วาร์ดี้

สำรอง แดนนี่ วอร์ด ,คริสเตียน ฟุคส์,เวส มอร์แกน,น็อมปาลิส เมนดี้,เคเลชี่ อิเฮียนาโช่,ชินจิ โอกาซากิ และ ราชิด เกซซาล

เริ่มเกมเจ้าบ้านเป็นฝ่ายครองบอลเอาไว้ได้มากกว่า และ มีโอกาสจะได้ประตูขึ้นนำก่อน จากเจมส์ แมดดิสัน แต่ เซคิโอ ริโก้ ประตูของทีมเยือนก็เซฟเอาไว้ได้

เลสเตอร์ ครองบอลบุกอยู่ฝ่ายและใช้ เกมเพรสซิ่งสูงกดดัน ทีมเยือนเป็นระยะ ๆ ก่อนที่จะมาได้ประตูออกนำไปก่อน จาก ยูริ ติเลอม็องส์ ในนาทีที่ 21 “จิ้งจอกสยาม” นำแล้ว 1-0

เวลาที่เหลือในครึ่งแรก เลสเตอร์ มีโอกาสบุกและจบสกอร์อีกหลายครั้ง จากทั้งเจมี่ วาร์ดี้ ,ยูริ ติเลอม็องส์ และ เจมส์ แมดดิสัน แต่ก็ยังทำประตูเพิ่มไม่ได้จบครึ่งแรก เลสเตอร์ เจ้าบ้านยังนำอยู่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่ 3 นาที วาร์ดี้ ก็ได้โอกาสขึ้นโขก ลูกเปิดจากติเลอม็องส์ ในเขตโทษแต่ก็ข้ามคานไปอีก

เกมมาถึงนาทีที่ 51 เลสเตอร์ ก็โดนตีเสมอจนได้ เมื่อบอลยาวของฮาเวิร์ด นอร์ทไวด์ จากแดนของ ฟูแล่ม มาทางกราบซ้าย เบน ชิลเวลล์ กะจังหวะบอลตกไม่ดี โดนฟลอยด์ อายิเต้ ฉกบอลไปได้ลากเข้าเขตโทษล็อกเข้าซ้ายแล้วยิง แฉลบ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เข้าประตูไป เสมอกันแล้ว 1-1

นาทีที่ 63 เลสเตอร์ เกือบได้ประตูออกนำอีกครั้ง เมื่อ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ได้ปั่นโค้งจากนอกเขตโทษ บอลจะมุดเข้าเสาไกลอยู่แล้ว แต่ถูก เซร์คิโอ ริโก้ บินไปปัดได้ปลายมือ

นาทีที่ 69 เป็นทีของฟูแล่มบ้าง โจ ไบรอัน โยนแม่น ให้อเล็กซานดร้า มิโตรวิช โขกเช็ด ชไมเคิ่ล ต้องออกแรงเซฟปัดทิ้งไปหวุดหวิด

นาทีที่ 71 เลสเตอร์ ขยับเปลี่ยนตัว เอา ชินจิ โอกาซากิ ลงมาแทน เดมาราย เกรย์ และ เปลี่ยนเอา ราชิด เกซซาล ลงมาเล่นแทน ยูริ ติเลอม็องส์

เกมมาถึงนาทีที่ 78 เลสเตอร์ ก็มาได้ประตูออกนำอีกครั้งเมื่อเจมส์ แมดดิสัน จ่ายทะลุแนวรับ ให้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดไปยิงผ่านมือ เซร์คิโอ ริโก้ คมกริบ เลสเตอร์ ออกนำอีกครั้ง 2-1

ถัดมานาทีเดียว  ร็อดเจอร์ส ก็ถอด แมดดิสัน ออก เอาน็อมปาลิส เมนดี้ ลงมาเสริมเกมรับแทน

เลสเตอร์ได้ใจบุกต่อ ริคาร์โด้ เปเรยร่า ตะลุยถึงเส้นหลังตบกลับมาให้ ชินจิ โอกาซากิ ยิงเต็มแรง ริโก้ ต้องทุบทิ้งออกมาอีก

นาทีที่ 84 น็อมปาลิส เมนดี้ ได้โอกาสส่องไกลจากนอกกรอบเขตโทษ ข้ามคานไปไมได้ลุ้น

นาทีที่ 86 ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ตะลุยขึ้นมาทางกราบซ้าย และ ไหลให้ วาร์ดี้ กดด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ เลสเตอร์ ซิตี้ นำห่าง 3-1

จบเกมเลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้าน ทุบเอาชนะ ฟูแล่มไป 3-1 ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 10 มี 38 คะแนนจาก 30 นัด