เลสเตอร์ บุกชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ขึ้นที่ 7

เลสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังไล่ล่าอันดับ 7 เพื่อลุ้นไปเล่นศึกฟุตบอลถ้วยยุโรป ลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 33 ของฤดูกาลบุกไปเยือน เดอะจอห์น สมิธ สเตเดี้ยม ของฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ที่ตกชั้นลงไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพเรียบร้อยแล้ว โดยเกมนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จัด เวส มอร์แกน และ คักลาร์ โซยุนคู ลงทำหน้าที่ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก เพราะ  จอนนี่ อีแวนส์ ไปเจ็บในตอนวอร์มอัพ และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ขอพักเนื่องจากเพิ่งได้ลูกสาว

เลสเตอร์ จัดทัพในระบบ 4-1-4-1 โดยวันนี้ขยับ ยูริ ติเลอม็องส์ ขึ้นมาเล่นสูงในระนาบเดียวกันกับ แมดดิสัน ,เกรย์ และ บาร์นส์ ปล่อย เอ็นดิดี้ ทำหน้าที่ ตัวรับหน้าแผงหลัง

รายชื่อผู้เล่น : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล,ริคาร์โด้ เปเรยร่า,คักลาร์ โซยุนคู,เวส มอร์แกน,เบน ชิลเวลล์,วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้,ยูริ ติเลอม็องส์,เดมาราย เกรย์,เจมส์ แมดดิสัน,ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และ เจมี่ วาร์ดี้

สำรอง แดนนี่ วอร์ด ,คริสเตียน ฟุคส์,ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้,น็อมปาลิส เมนดี้,เคเลชี่ อิเฮียนาโช่,ชินจิ โอกาซากิ และ ราชิด เกซซาล

เกมช่วง 15 นาทีแรก ยังเป็นการดวลกันตรงกลางสนามซะเป็นส่วนใหญ่ เลสเตอร์ มีโอกาสได้ลุ้นจาก จังหวะที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ลุยไปเปิดบอลจนถึงสุดเส้นหลังแต่ก็ไม่มีใครเข้าถึงบอล

นาทีที่ 17 โซยุนคู พาบอลขึ้นมาสวย ก่อนจะจ่ายให้ บาร์นส์ หลุดมาถึงเส้นหลัง ตบมาตรงกลางไปติดเซฟเบน ฮาเมอร์  แมดดิสัน ยิงอีกครั้งก็ไปติด เซฟ ฮาเมอร์อีก

นาทีที่ 24 เลสเตอร์ ออกนำไปก่อนเมื่อ บอลเปิดจากทางด้านขวา เจมี่ วาร์ดี้ ยิงไม่เต็มบอลไปเข้าทาง เวส มอร์แกน ซ้ำบอลปลิ้นมาเข้าทาง ยูริ ติเลอม็องส์ ยิงนอกเขตโทษบอลโค้งเข้าไปอย่างสวยงาม เลสเตอร์ บุกนำ 1-0

ถัดมาแค่ นาทีเดียว เจมี่ วาร์ดี้ เกือบบวกประตูที่สองให้เลสเตอร์ เมื่อพาบอลล็อกหลบสองผู้เล่น เจ้าถิ่น ก่อนที่จะยิงแต่ติดบล็อกบอลมาเข้าทาง เกรย์ ซัดเต็มข้อ บอลข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 28 เดอะเทอร์เรีย ตอบโต้บ้าง เมื่อ ยอน สแตนโควิช หาจังหวะยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งออกเสาไกลไปแบบได้ลุ้น

นาทีที่ 33 บอลยาวของ เจ้าบ้าน กะจะวางให้ คาลาน แกรนท์ เวส มอร์แกน เบียดแซะสกัดบอลออกมา เข้าทาง อเล็กซ์ พริตชาร์ด  หวังชิพข้ามหัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล แต่ยังมี โซยุนคู มาโขกบอลเช็ดออกหลังไปก่อน

นาทีที่ 40 เลสเตอร์ ได้ฟรีคิก ระยะประมาณ 25 หลา ติเลอม็องส์ รับหน้าที่ ซัดบอลแฉลบ ไปตรงตัว ฮาเมอร์  และ แค่นาทีถัดมา ชิลเวลล์ ก็ได้ลองซัดไกล บอลข้ามคานไปอีก

นาทีที่ 42 เจมส์ แมดดิสัน จ่ายให้ เกรย์ ทะลุแนวรับของ เจ้าบ้าน เข้าไปแปกะเสียบเสา แต่ยังไปติดขาของ ฮาเมอร์ อีกครั้ง

จบครึ่งแรก เลสเตอร์บุกมานำ 1-0

เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่นาทีเดียว อิสซัค เอ็มเบนซ่า ตัวสำรองของ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ก็ได้จังหวะเปิดเข้ากลางมาให้ คาลาน แกรนท์ กระโดดแท็บอิน แต่ยังติด ซูเปอร์เซฟ ของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล โอกาสที่ดีที่สุดของ เจ้าบ้านมาแล้ว

นาทีที่ 48 เลสเตอร์ มาได้ประตูที่ สองจากจังหวะที่ ริคาร์โด้ เปเรยร่า เปิดจากริมเส้นฝั่งขวาเข้ามาให้ เจมี่ วาร์ดี้ เข้าฮอสง่าย ๆ เลสเตอร์ นำ 2-0 และเป็นประตูที่ 101 ของวาร์ดี้ กับสโมสรแล้ว

ฮัดเดอร์สฟิลด์ มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ คาลาน แกรนท์ ไปโดน โซยุนคู จิ้มบอล ในเขตโทษ แต่ ผู้ตัดสิน เดวิด คูท เป่าเป็นจุดโทษ และ แอรอน มอย ก็สังหารไม่พลาด เจ้าบ้าน ไล่มาเป็น 1-2

นาทีที่ 55 เลสเตอร์ เกือบหนีห่างเป็น 3-1 เมื่อเจมส์ แมดดิสัน ได้จังหวะกลับตัวยิงด้วยซ้ายแต่ไปติดปลายมือ ฮาเมอร์ หลุดข้างเสาไปนิดเดียว

นาทีที่ 62 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ขยับเปลี่ยนตัวคนแรก โดยเอา ชินจิ โอกาซากิ ลงมาเล่นแทน ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ที่หายจากเกมไปเฉย ๆ

นาทีที่ 70 ชไมเคิ่ล ต้องออกแรงเซฟลูกยิง ของสตีฟ มูนิเยร์ ที่ลากตัดจากขวาเข้ามากดด้วยซ้าย เกือบโดนตีเสมอหวุดหวิด

นาทีที่ 79 เลสเตอร์ ได้ฟรีคิก ระยะประมาณ 20 หลา เจมส์ แมดดิสัน รับหน้าที่สังหาร บอลโค้งหนีมือ เบน ฮาเมอร์ เสียบเสาสองไปอย่างสวยงาม เลสเตอร์ บุกนำ 3-1

นาที่ที่ 83 เจมี่ วาร์ดี้ รับบอลจาก เจมส์ แมดดิสัน หลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษ จังหวะแตะหลบ ฮาเมอร์ ไปแล้ว โดน ค็องโกโล่ พุ่งเข้าเสียบ เดวิด คูท เป่าจุดโทษทันที และ วาร์ดี้ ลุกขึ้นมาสังหาร ไม่พลาด เลสเตอร์นำ 4-1

จบเกมเลสเตอร์ บุกไปเอาชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ได้ 4-1 มี 47 คะแนน จาก 33 นัด ขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่  7 ของตารางคะแนน