“ฟิลเบิร์ต สตรีท” วันวานยังหวานอยู่

ถึงแม้ว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะมีสนามเหย้าใหม่เป็นสนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ที่มีความโออ่า ทันสมัย อยู่ในทุกวันนี้ แต่แน่นอนว่า แฟนจิ้งจอกสยามทุกคนไม่มีวันลืม “ฟิลเบิร์ต สตรีท” 

สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ใช้ “ฟิลเบิร์ต สตรีท” เป็นสนามเหย้าตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 1891 – 11 พฤษภาคม 2002 และแน่นอนว่าเมื่อสนามนั้นเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของสโมสรมาอย่างยาวนาน จึงมีแฟนบอลบางส่วนที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะทิ้ง ฟิลเบิร์ต สตรีท ไปสู่สนามใหม่ที่ทันสมัยกว่า แต่อย่างไรก็ตามการต่อเติมปรับปรุงสนามนั้น ก็เกิดขึ้นตามลำดับเพื่่อพัฒนาสนามให้ทันยุคสมัยมากยิ่งขึ้น อาทิอัฒจันทร์ฝั่ง คาร์ลิ่ง สแตนด์ ที่สโมสรใช้เงินกว่า 6 ล้านปอนด์ สร้างขึ้นในปี 1993

มุมมอง Bird Eye View ในเกมสุดท้ายที่ ฟิลเบิร์ต สตรีท

สโมสรเข้าใจแฟนบอลที่รักและผูกพันกับฟิลเบิร์ต สตรีท อย่างไรก็ตามจุดเริ่มต้นของการย้ายสนาม เริ่มขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ ’90 โดยเฉพาะช่วงที่เลสเตอร์ ได้ไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า คัพ ฤดูกาล 1997-1998

ในเกมระหว่างแอตเลติโก มาดริด กับเลสเตอร์ ซิตี้สโมสร เห็นความแตกต่างระหว่างสนามบิเซนเต้ กัลเดร่อน และ ฟิลเบิร์ต สตรีท อย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงจึงค่อยๆเริ่มขึ้นนับจากนั้น

ภาพกราฟฟิกของสนามใหม่ ที่ดูทันสมัยให้สมกับการเข้าสู่ศตวรรษที่ 21

ครั้งหนึ่งมาร์ติน โอนีล เคยกล่าวไว้ว่า หากนักเตะใหม่จะเปิดตัวที่ฟิลเบิร์ต สตรีท อาจต้องเดินถอยหลังออกจากอุโมงค์ เนื่องจากเขาไม่อยากให้ใครเห็นอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออกซึ่งมีอายุเก่าแก่

นั่นคือสาเหตุที่การสร้างสนามใหม่นั้นมีความจริงจังมากขึ้น การพูดคุยกับผู้ถือหุ้น และการดำเนินงานเกิดขึ้นในปี 2001 พวกเขาต้องการสนามสนามที่มีความจุที่ 32,312 คน มากกว่า ฟิลเบิร์ต สตรีทกว่า 10,000 คน

ทำให้ฤดูกาล 2001-2002 กลายเป็นซีซั่นส่งท้ายของเลสเตอร์ กับการอำลาสนามฟิลเบิร์ต สตรีท อย่างไรก็ตาม แม้สนามใหม่จะยังสร้างไม่เสร็จ แต่สโมสรก็เปิดให้มีการจับจองตั๋วปีกันตั้งแต่เดือนตุลาคมของปี 2001

นัดแรกของฤดูกาล 2001-02 เลสเตอร์ ถูก โบลตัน บุกมาถล่มถึง 5-0

นั่นทำให้สโมสรต้องดำเนินงานอย่างรวดเร็วและแข่งขันกับเวลา เพื่อให้ทันกำหนดการในการเปิดใช้สนามใหม่ น่าเสียดายที่ เลสเตอร์ ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลดังกล่าว พวกเขาต้องใช้สนามใหม่ในลีกระดับ 2 ของประเทศ

สนามฟิลเบิร์ต สตรีท ในวันที่ถูกทุบทิ้ง โดยมองเห็นสนามแห่งใหม่อยู่ไม่ไกล

กระทั่งช่วงที่สนามสร้างเสร็จ (แต่ยังไม่พร้อมใช้งาน) ในปี 2002 มีแฟนบอลกว่าพันคนที่ต่อคิวกันเพื่อรอเข้าไปชมความสวยงามของสนามแห่งใหม่ ซึ่งมีความสวยงามครบทั้ง 4 ด้านของอัฒจันทร์

ภาพการก่อสร้างสนามในปี 2001

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องมาพร้อมกับการโบกมือลา ฟิลเบิร์ต สตรีท ที่อยู่คู่กับพวกเขามากว่า 1 ศตวรรษ เกมสุดท้ายคือนัดที่ เลสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ สเปอร์ส ไปได้ 2-1 ได้ประตูจาก พอล ดิ๊กคอฟ และ แม็ตต์ ไปเปอร์ หลังจบการแข่งขัน บรรดาตำนานนักเตะเลสเตอร์ ซิตี้ ทยอยลงมาในสนามเพื่อเป็นเกียรติให้กับแฟนบอล ในฐานะที่พวกเขาร่วมสร้างประวัติศาสตร์อย่างมากมายให้กับสนามแห่งนี้

พอล ดิ๊กคอฟ ทำประตูได้ในนัดสุดท้ายของการเล่นที่ ฟิลเบิร์ต สตรีท กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

อลัน เบิร์ชนัลล์ ทูตของสโมสร ประกาศชื่อของนักเตะเสียงดังกึกก้อง และชื่อสุดท้ายที่เขาเรียกคือ เซป สมิธ ตำนานเลสเตอร์ตัวจริง เขาเล่นให้กับทีมในช่วงปี 1929-1949 และเคยสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษเมื่อปี 1936

เขากล่าวสั้นๆว่า “ตอนที่ผมมาที่ ฟิลเบิร์ต สตรีท ครั้งแรก อัฒจันทร์ฝั่งดับเบิ้ล เดคเกอร์ สแตนด์ ซึ่งแทบจะเป็นสัญลักษณ์ของสโมสรเรา ยังไม่สร้างด้วยซ้ำ”

นัดสุดท้ายของสนาม ฟิลเบิร์ต สตรีท แฟนบอลจิ้งจอกสยาม เข้ากันมาเต็มความจุ

พวกเขาจับมือกันร้องเพลง ‘Auld Lang Syne’ ร่วมกัน เมื่อไฟสนามดับลง เท่ากับเป็นการโบกมือลา ฟิลเบิร์ต สตรีท อย่างเป็นทางการ และเป็นการต้อนรับสนามแห่งใหม่ที่ชื่อ “วอล์คเกอร์ สเตเดี้ยม”

คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ยามค่ำคืน

เกมนัดแรกของพวกเขา เป็นนัดเปิดสนามกับ แอธเลติก บิลเบา ในวันที่ 4 สิงหาคม 2002 ท่ามกลางแฟนบอลของทีมที่มาเป็นสักขีพยาน เกมจบลงด้วยผลเสมอ 1-1

นัดแรกของ สนามใหม่ “วอล์คเกอร์ สเตเดี้ยม” เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังพบ แอธเลติก บิลเบา

วอล์คเกอร์ สเตเดี้ยม ซึ่งต่อมากลายเป็น คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เป็นสังเวียนของเลสเตอร์ ซิตี้ นับตั้งแต่นั้นมา กระทั่งอีก 14 ปีให้หลัง เดือนพฤษภาคม 2016 สนามแห่งนี้ถูกจารึกเหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์

สนาม “คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม” สร้างเทพนิยาย ที่ไม่รู้อีกกี่ปีจะเกิดขึ้นได้อีก

นั่นคือการจัดฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก ในเกมที่พวกเขาเปิดบ้านเอาชนะเอฟเวอร์ตัน 3-1 ท่ามกลางการถ่ายทอดสดไปยังแฟนบอลทั่วโลก

เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจที่สุดของสโมสรที่จับมือเดินมาด้วยกันกว่าหนึ่งร้อยปี และแม้พวกเขาจะเปลี่ยนแปลงสังเวียนแข่งขัน แต่ความรักที่มีให้กับสโมสรแห่งนี้ … ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง