ติเลอม็องส์ ยิงประตูชัย พาเลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ

“จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้​ ลงเล่นในเกม เอฟเอ​ คัพ​ รอบ​ชิงชนะเลิศ​ พบกับ เชลซี ที่สนาม​ “เวมบลีย์”

เลสเตอร์ ต้องการคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร 137 ปี ขณะ ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี หวังคว้าถ้วยเอฟเอ คัพ เป็นสมัยที่ 9

เชลซี ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ด้วยการชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มา 1-0 ขณะที่เลสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ด้วยการเฉือนชนะทีม “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน มาด้วยสกอร์ 1-0 เช่นเดียวกัน

เบรนแดน​ ร็อดเจอร์ส​ ​ได้ จอนนี่​ อี​แวนส์​ ฟิตกลับมาลงสนามได้ ขณะที่ ริคาร์โด้ เปเรยร่า และ เจมส์ แมดดิสัน มีรายชื่อเป็นเพียงตัวสำรอง

ด้านเชลซี ของโธมัส ทูเคิ่ล จัดทัพชุดใหญ่ลงสนามในเกมนี้ โดยมีเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ลงพบทีมเก่า ขณะที่ เบน ชิลเวลล์ อดีตผู้เล่นเก่าเลสเตอร์ อีกคนเป็นตัวสำรอง

รายชื่อผู้เล่น : แคสเปอร์​ ชไมเคิ่ล​ – ​เวสลี่ย์​ โฟฟาน่า, จอนนี่​ อี​แวนส์, ​ชากลาร์​ โซ​ยุ​น​ชู​ -​ ทิโมธี​ ค​า​ส​ตาน​เย่, วิลเฟร็ด​ เอ็น​ดิ​ดี้, ยูริ​ ติเลอม็องส์,​ลุค โธมัส,อโยเซ่ เปเรซ ,​ เจมี่​ วา​ร์​ดี้, เคเลชี่​ อิ​เฮีย​นา​โช่

สำรอง : แดนนี่ วอร์ด,มาร์ค อัลไบรท์ตัน,ดาเนี่ยล อมาร์ตีย์,ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้,เจมส์ แมดดิสัน,น็อมปาลิส เมนดี้,เวส มอร์แกน,ริคาร์โด้ เปเรยร่า,เดนนิส ปราท

เริ่มเกมมาได้ 15 นาที เชลซี เป็นฝ่ายที่ครองบอลไว้ได้มากกว่า แต่เป็นเลสเตอร์ที่เป็นฝ่ายได้ ยิงทักทายก่อน จากจังหวะที่ ทิโมธี คาสตานเย่ พาบอลไปถึงเส้นหลังแล้วเปิดกลับมาให้เจมี่ วาร์ดี้ แปด้วยขวาแต่ไปติดบล็อกของ รีซ เจมส์

น.20 เลสเตอร์ ได้ฟรีคิก ระยะประมาณ 25 หลา ยูริ ติเลอม็องส์ หยอดเข้าไปให้ ชากลาร์ โซยุนชู โขกแต่บอลก็ข้ามคานออกไป

น.27 ก็องเต้ เก็บบอลได้ จากกลางสนามจิ้มต่อให้ ติโม แวร์เนอร์ ยิงไกลจากนอกเขตโทษ บอลข้ามคานไปไม่ได้ลุ้น

น.28 เป็นโอกาสของเชลซี อีกครั้งเมื่อ ติอาโก้ ซิลวา หยอดไปเสาสอง บอลเลยมาถึง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า แต่จังหวะสุดท้ายเข้าบอลไม่ถึงนิดเดียว

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 32 จอนนี่ อีแวนส์ ก็มีปัญหาบาดเจ็บ เล่นต่อไม่ไหว ต้องเปลี่ยนเอา มาร์ค อัลไบรท์ตัน ลงมาเล่นเป็นวิงแบ็กขวา แล้ว ขยับ ทิโมธี คาสตานเย่ เข้าไปยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็กตัวที่สาม

น.39 ติโม แวร์เนอร์ ได้จังหวะกดด้วยขวาเต็ม ๆ ในเขตโทษแต่ยังติดบล็อก เวสลี่ย์ โฟฟาน่า

น.41 เลสเตอร์ ได้ฟรีคิกเยื้องมาทางฝั่งซ้าย คราวนี้เป็น ลุค โธมัส ที่ปั่นด้วยซ้ายเข้าไปให้ โซยุนชู ขวิดที่เสาแรก บอลไม่ตรงกรอบ

น.43 มาร์ค อัลไบรท์ตัน จ่ายคืนหลังไม่ดี ติเลอม็องส์ จับไม่อยู่ แวร์เนอร์ พาบอลเข้าไปยิงนอกเขตโทษบอลแฉลบออกหลัง จากลูกเตะมุมก็ทำอะไรเลสเตอร์ ไม่ได้

จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0

ครึ่งหลัง น.55 เชลซี ได้โอกาสก่อน เมื่อเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ไปถึงเส้นหลังแล้วหยอดด้วยขวาไปเสาสอง ให้มาร์กอส อลอนโซ่ โขกแต่ก็เบาเข้ามือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

น.64 เลสเตอร์ มาได้ประตูขึ้นนำเมื่อ ยูริ ติเลอม็องส์ มายิงไกลจากนอกเขตโทษบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมให้ ทีม จิ้งจอกสยาม ขึ้นนำ 1-0

น.67 เลสเตอร์ เปลี่ยนตัวเป็นคนที่ 2 เอา เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ออกแล้วส่ง เจมส์ แมดดิสัน ลงมาเล่นแทน

น.77 เชลซี เกือบได้ประตูตีเสมอ เมื่อ เบน ชิลเวลล์ ได้โขกกดลงพื้นที่เสาสอง แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังบินไปปัดไว้ได้

น.81 เลสเตอร์ ส่ง เวส มอร์แกน ลงมาเล่นแทน ลุค โธมัส เสริมเกมรับอีกราย แล้ว ขยับเอา ทิโมธี คาสตานเย่ ไปเล่น วิงแบ็กฝั่งซ้าย

น.83 ร็อดเจอร์ส ส่ง ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้ ลงมาเล่นแทน อโยเซ่ เปเรซ

น.87 เมสัน เม้าน์ท ได้วอลเล่ย์ ลูกเคลียร์ไม่ขาดบริเวณเขตโทษ แต่ ชไมเคิ่ล ก็ยังโชว์ ซูเปอร์เซฟ ปัดออกไปได้อีก

น.88 เชลซี มาได้ประตู จากจังหวะที่เบน ชิลเวลล์ หลุดขึ้นมาเข้ากรอบเขตโทษด้านซ้าย ชากลาร์ โซยุนชู เตะสกัดไม่ดี โดน เบน ชิลเวลล์ เข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ดู VAR แล้ว ดึงประตูกลับ เป่าเป็นล้ำหน้าก่อน

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้หมดเวลา เลสเตอร์ ซิตี้ ชนะเชลซี 1-0 คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครองได้เป็นสมัยแรกของสโมสร