เวส มอร์แกน ประกาศแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาล

– เวส มอร์แกน กัปตันทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ประกาศแขวนสตั๊ดหลังสิ้นสุดฤดูกาล 2020/21
– ปราการหลังวัย 37 ปี ลงเล่นให้กับทีม 324 นัด ในทุกรายการ
– มอร์แกน ลงเล่นให้กับทีมชาติและสโมสรรวม 750 นัด ในเส้นทางอาชีพนักฟุตบอล
– กัปตันทีมชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก จะยังคงร่วมงานกับสโมสรต่อไปในอนาคต

เวส มอร์แกน กัปตันทีมชุดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ประกาศแขวนสตั๊ดหลังจบฤดูกาลนี้ โดย มอร์แกน ลงเล่นใหักับเลสเตอร์ ซิตี้ รวม 9 ปี และผ่านการลงเล่นในเกมระดับอาชีพกว่า 750 นัด

มอร์แกน วัย 37 ปี ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในยุคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยคว้าแชมป์ ฟุตบอลแชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาล 2013/14 ,แชมป์พรีเมียร์ลีก 2015/16 และ แชมป์เอฟเอ คัพ 2020/21 นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อปี 2012

ชื่อของเขาจะถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ และเขาจะได้ร่วมงานกับสโมสรต่อไปในอนาคต โดยการนำประสบการณ์ของเขามาช่วยในการดำเนินงานของสโมสร และในขณะที่อยู่ในช่วงของการร่วมพูดคุยถึงการร่วมงานในอนาคต เวส มอร์แกน จะทำหน้าที่คณะกรรมการสมาคมฟุตบอลอาชีพ (PFA) ซึ่งเขาได้รับเลือกให้รับตำแหน่งนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

มอร์แกน ลงเล่นให้กับสโมสรถึง 324 นัด และยิงไป 14 ประตูในทุกการแข่งขันตั้งแต่ย้ายมาจาก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เมื่อเดือนมกราคม 2012 ความสำเร็จของเขาในฐานะกัปตันทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ทำให้โลกฟุตบอลต้องบันทึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ ที่สามารถทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้จนสำเร็จ

ตลอดเส้นทางอาชีพนักฟุตบอล มอร์แกน ได้โลดแล่นอยู่ทั้งสี่ดิวิชั่นของการแข่งขันฟุตบอลอังกฤษ และลงแข่งขันรวมแล้วถึง 750 นัด ความสำเร็จของกองหลังมากประสบการณ์ ทำให้เขาได้รับการยอมรับในฐานะทีมแห่งทศวรรษของฟุตบอลลีก, ทีมยอดเยี่ยมในการแข่งขันฟุตบอลลีกแชมเปี้ยนชิพ 3 สมัย และทีมยอดเยี่ยม พีเอฟเอแห่งปี ฤดูกาล 2015/16

คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า “เวส เป็นหนึ่งในนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ของเลสเตอร์ ซิตี้ และเป็นผู้นำทีมผ่านเข้าสู่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของสโมสร และช่วยสร้างมาตรฐานที่ดีในการขับเคลื่อนสโมสรไปข้างหน้า”

“เขาเป็นพี่ใหญ่ของทุกคนที่เขาร่วมงานด้วย เขาเป็นตัวแทนที่แข็งแกร่งของทีมและเป็นที่ปรึกษาที่ดีสำหรับผู้จัดการทีม และผู้บริหารระดับสูงของสโมสร เขามีส่วนร่วมกับการทำงานของสโมสรมากมาย”

“เวส แสดงให้เห็นตลอดอาชีพของเขาที่เลสเตอร์ ซิตี้ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นว่าเราสามารถทำงานร่วมกับเขา หลังสิ้นสุดเส้นทางของนักฟุตบอลอาชีพ และสโมสรจะได้รับประโยชน์จากประสบการณ์ ความรู้ ในเกมฟุตบอลจากเขาต่อไป”

มอร์แกน ย้ายมาจาก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในปี 2012 และลงเล่นให้กับทีมไป 402 นัด เขาได้สร้างผลงานเป็นที่ประทับใจให้กับทีมในทันทีจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมก่อนจบฤดูกาล 2012/13

ฤดูกาล 2013/14 เวส มอร์แกน พลาดลงเล่นในเกมลีกเพียงนัดเดียวเท่านั้น จนในที่สุดเขาพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลแชมเปี้ยนชิพ และเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี

สองปีหลังจากนั้นเขาก็ได้จารึกชื่อของเขาในหน้าประวัติศาสตร์สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ อีกครั้งในการเป็นกัปตันทีมที่ คว้าถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกของสโมสร โดยลงเล่นให้กับทีมทุกนาทีในฤดูกาลนั้นและโหม่งประตูสำคัญ พาทีมบุกไปเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จนพาเลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นครองแชมป์พรีเมียร์ลีก ในวันถัดมา

ในปีเดียวกัน เวส มอร์แกน ได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมในทีม พีเอฟเอ ร่วมกับ เจมี่ วาร์ดี้, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และริยาด มาห์เรซ

ฤดูกาล 2016/17 มอร์แกน ลงเล่น 40 นัดในทุกรายการและพาทีมผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เขายิงประตูแรกในการแข่งขันรายการนี้ ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่เอาชนะ เซบีญ่า ไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-2 ก่อนที่จะผ่านเข้าไปพบ กับ แอตเลติโก้ มาดริต ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ฤดูกาลที่ผ่านมานอกจาก เวส มอร์แกน จะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง และทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องที่ได้ลงสนามแล้ว เขายังมีบทบาทนอกสนาม ที่สำคัญไม่แพ้กัน โดยช่วยมอบประสบการณ์ และช่วยเหลือด้านพัฒนาฝีเท้าให้กับนักเตะดาวรุ่งของสโมสร

เวส มอร์แกน ได้ส่งต่อสิ่งดี ๆ ไว้ที่เลสเตอร์ ซิตี้ ที่นี่ทำให้เขาแตกต่าง ทั้งในฐานะนักเตะและกัปตันทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของสโมสร เขาได้รับความเคารพจากทีมงาน นักเตะ และจากแฟนบอล ความเป็นผู้นำของเขาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในความสำเร็จของ เลสเตอร์ ซิตี้ ตลอดเวลาที่เขาอยู่กับสโมสร

อีกหนึ่งการเดินทางที่น่าทึ่งของเขากับเลสเตอร์ ซิตี้ คือการได้แชมป์เอฟเอ คัพ ในฤดูกาลนี้ ถือเป็นการบอกลาอาชีพนักเตะของเลสเตอร์ ซิตี้ อย่างสมบูรณ์แบบ

ในนามของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ขอขอบคุณ เวส มอร์แกน สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำให้กับสโมสร และขอให้เขาโชคดีกับการเริ่มต้นอาชีพใหม่กับสโมสรของเรา