เลสเตอร์ ซิตี้จะอยู่ในใจเสมอ : ฮอลลี่ มอร์แกน

ฮอลลี่ มอร์แกน กัปตันทีม “จิ้งจอกสาว” เปิดใจครั้งแรกหลังประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ โดยเธอลงเล่นให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิงนานถึง 17 ปี

มอร์แกน วัย 28 ปี เริ่มเป็นนักเตะฝึกหัดกับ “จิ้งจอกสาว”ตั้งแต่อายุ 11 ปี พร้อมลงสนามให้ทีมเกือบ 300 เกม และมีส่วนช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง เลื่อนชั้นจาก ดิวิชั่น 4 มาสู่ลีกสูงสุดอย่าง เอฟเอ วีเมนส์ ซูเปอร์ ลีก ได้ในซีซั่นนี้

“ฉันมาอยู่กับทีมตั้งแต่อายุ 11 ปีกับทีมชุดยู-12” มอร์แกน เริ่มกล่าว “และวันนี้ฉันก็จะอำลาทีมไปด้วยตำแหน่งกัปตันทีมของทีมชุดใหญ่ ดังนั้นส่วนตัวแล้ว ฉันค่อนข้างภูมิใจกับตัวเอง”

“วันนี้ฉันมองกลับไป มันมีความทรงจำมากมาย สุขบ้าง ทุกข์บ้าง แต่โดยรวมแล้วฉันมีความสุขมาก ๆ ที่ได้มาอยู่กับสโมสรแห่งนี้”

“ทุก ๆ วัน ฉันมาที่สโมสร ฉันมองไปในสนาม ฉันคิดอย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรให้ทีมประสบความสำเร็จได้ ฉันตระหนักเสมอว่าพวกเราเริ่มต้นจากตรงไหน เรามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ฉันรู้สึกโชคดีมาก ๆ ที่ได้มาอยู่ในจุดนี้ และฉันรู้สึกขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำให้ทุกอย่างเป็นจริง”

มอร์แกน ยังกล่าวถึงสองความสำเร็จสูงสุดในชีวิตค้าแข้งของเธอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง นั่นคือการได้แชมป์ เอฟเอ วีเมนส์ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อฤดูกาลก่อนกับการช่วยทีมเลื่อนชั้นสู่ ดิวิชั่น 3 ในฤดูกาล 2015/16 ซึ่งเธอพาทีมชนะรวด 22 เกมในลีก

“การได้แชมป์ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ นั้นเป็นอะไรที่มีความหมายกับฉันมาก ๆ” กัปตันทีม “จิ้งจอกสาว” กล่าว “เพราะว่ามันคือความรู้สึกของเด็กสาวที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ 11 ขวบได้เห็นสิ่งที่ฝันในตอนอายุ 28 ปี แบบว่า ‘ว้าว ในที่สุดเราก็ทำได้แล้ว’ ดังนั้นมันจึงพิเศษกับฉันจริง ๆ”

“แต่ด้วยความสัตย์จริง ฉันก็คิดถึงซีซั่นที่พวกเราชนะรวด 22 เกมจาก 22 เกมเหมือนกัน โดยเฉพาะเกมสุดท้ายของฤดูกาลกับ วูล์ฟส์ เพราะว่า ฉันยิงได้ในวินาทีสุดท้ายของเกม ซึ่งชีวิตฉัน ทำประตูได้ไม่กี่ลูกหรอกนะ”

“มันจะอยู่ในความทรงจำของฉันเสมอ เพราะว่าปีนั้นมันเป็นฤดูกาลที่มีแต่ทีมแข็ง ๆ แต่เราก็ชนะรวดได้ ดังนั้นมันจะเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของฉันตลอดไป”

หลังจากนี้ มอร์แกน จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมสต๊าฟโค้ช เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิง และได้รับการรับรองการเป็นโค้ชระดับ A-License จาก UEFA เรียบร้อยแล้ว

“ฉันตื่นเต้นมาก ๆ” อดีตแข้งวัย 28 ปี เปิดใจ “สองปีที่ผ่านมา ฉันก็คิดเรื่องนี้มาตลอด ในตอนที่ฉันยังรักในการเป็นนักฟุตบอล และยังสามารถทำอะไรได้ ฉันก็อยากทำให้ดีที่สุดสำหรับทีมของเรา ฉันเลยคิดว่า ได้เวลาที่เหมาะสมแล้วที่จะเปลี่ยนไปทำอะไรใหม่ ๆ ที่ฉันอยากทำบ้าง และนั่นก็คือการเป็นโค้ช”

“ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่อยากทำไปแล้ว ตอนนี้เลยอยากช่วยเลสเตอร์ ซิตี้ ในฐานะโค้ชทีมหญิง”

“ซีซั่นที่จะถึงนี้จะเป็นปีที่ยากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร เพราะว่าเรากำลังเล่นบนลีกสูงสุด ลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ”

“แต่แน่นอนว่ามันน่าตื่นเต้นมาก ๆ เหมือนกัน ฉันจึงอยากช่วยทีมให้มากที่สุดและแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเราจะเป็นน้องใหม่ที่ทุกคนต้องจับตา”

“เราจะไม่มองถึงการหนีตายเด็ดขาด และเราจะสู้ถวยหัวในทุกเกม เพื่อชัยชนะ เพื่อผลการแข่งขัน เราจะไม่กลัวใครหรืออุปสรรคใด ๆ”

“และถ้าเรามีความรู้สีกนั้นในตัวเองและทุกคนในทีม ทุกอย่างก็เป็นไปได้ทั้งนั้น”