แม็กไกวร์ ยิง1ช่วยเลสเตอร์บุกทุบเคมบริดจ์ 3-0

เลสเตอร์ ซิตี้ ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องพรีซีซั่น นัดที่ 3 ของฤดูกาล 2019-20 โดยบุกไปเยือนถิ่น แอ๊บบี้ย์ สเตเดี้ยม ของ “เคมบริดจ์ ยูไนเต็ด” โดยผลการอุ่นเครื่องสองเกมก่อนหน้านี้ เลสเตอร์ เอาชนะสคันธอร์ป มา 1-0 และ บุกไปเอาชนะ เชลท์แน่ม ทาวน์ มา 2-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

นัดนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังไม่มีอโยเซ่ เปเรซที่ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า แต่ได้ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล กลับมาลงเฝ้าเสาเป็นมือหนึ่งอีกครั้ง ผู้เล่นหลัก ๆ หลายคนกลับมามีชื่อในทีม เบน ชิลเวลล์ ได้ออกสตาร์ทในตำแหน่งแบ็กซ้ายตัวจริง หลังไม่มีชื่อมาให้เกมอุ่นเครื่องสองนัดหลังสุด เดมาราย เกรย์ ได้ออกสตาร์ท เป็นตัวจริงเช่นเดียวกัน ในขณะที่ เจมส์ แมดดิสัน,ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้ กลับมามีชื่อในทีมอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ไปเก็บตัวฝึกซ้อมกับเพื่อน ๆ ที่เอวิย็อง

11 ผู้เล่นตัวจริงในครึ่งเวลาแรก : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล,ริคาร์โด้ เปเรยร่า,จอนนี่ อีแวนส์,แฮร์รี่ แม็กไกวร์,เบน ชิลเวลล์,ยูริ ติเลอม็องส์,น็อมปาลิส เมนดี้,แอนดี้ คิง,เดมาราย เกรย์,มาร์ค อัลไบรท์ตัน,เจมี่ วาร์ดี้

นาทีที่ 19 จอนนี่ อีแวนส์ ก็มีอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ได้ต้องเปลี่ยนให้ คักลาร์ โซยุนคู ปราการหลังชาวตุรกี ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 23 ริคาร์โด้ เปเรยร่า เกือบทำประตูให้เลสเตอร์ ขึ้นนำก่อนเมื่อหลุดเข้าไปยิงในกรอบเขตโทษแต่ยังไปติด ดิมิทาร์ มิตอฟ ผู้รักษาประตูของเคมบริดจ์ ถัดมาแค่นาทีเดียว เกรย์ ได้เข้าไปยิงในกรอบ 6 หลาหน้าประตูสองครั้งซ้อน ๆ แต่ก็ยังไปติดบล็อกออกมา

นาทีที่ 42 ทีมจิ้งจอกสยามเกือบได้ประตูนำอีกครั้ง เมื่อ ยูริ ติเลอม็องส์ ยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษบอลฮุคลงตรงกรอบแต่ มิตอฟ ผู้รักษาประตูของ เคมบริดจ์ ยังปัดออกไปได้ จบครึ่งแรกเลสเตอร์ มีโอกาสมากกว่าแต่ยังจบที่ 0-0

ครึ่งหลังเลสเตอร์ เปลี่ยนตัว รวดเดียว 3 คน โดยเอา เจมส์ แมดดิสัน,ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และ ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้ ลงมาเล่นแทน น็อมปาลิส เมนดี้,แอนดี้ คิง และ เดมาราย เกรย์

ลงมาแค่ 3 นาที ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ก็มีโอกาสได้ยิงจากนอกกรอบเขตโทษบอลไปแฉลบกองหลังของ เคมบริดจ์ ออกหลังไปแบบได้ลุ้น

นาทีที่ 59 เลสเตอร์ ก็ได้ประตูออกนำไปจนได้ เมื่อ เบน ชิลเวลล์ เก็บตกบอลจังหวะสองแล้วหยอดมาหน้าประตู แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ขึ้นโขกจากระยะ 6 หลาบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เลสเตอร์ นำแล้ว 1-0

นาทีที่ 61 เบน ชิลเวลล์ มีอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว และต้องเปลี่ยนให้ คริสเตียน ฟุคส์ ลงมาเล่นแทน พร้อมกับ เปลี่ยนผู้เล่นหลายคน เอา เวส มอร์แกน,ราชิด เกซซาล,อาเดรียน ซิลวา ,เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ และ เจมส์ จัสตินลงมา แล้วถอด เจมี่ วาร์ดี้ ,แฮร์รี่ แม็กไกวร์,ริคาร์โด้ เปเรยร่า,มาร์ค อัลไบรท์ตัน,ยูริ ติเลอม็องส์ ออกไปพักบ้าง

นาทีที่ 71 อาเดรียน ซิลวา ได้โอกาสสับไกจากนอกกรอบเขตโทษบอลข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

นาทีที่ 73 บาร์นส์ ได้พาบอลหลุดมาในกรอบเขตโทษทางซ้ายแล้วได้ยิงแต่ก็ข้ามคาน

ทัพ “จิ้งจอกสยาม” มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 83 เมื่อ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ เปิดจากริมกรอบเขตโทษด้านซ้าย เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ลอยตัวขึ้นโขกผ่านมา ดิมิทาร์ มิตอฟ เข้าไปง่าย ๆ เลสเตอร์ นำเป็น 2-0

นาทีที่ 86 อิเฮียนาโช่ ได้ยิงไปชนเสา บาร์นส์ ซ้ำก็ไปติดเซฟอีก แต่ ถัดมาแค่ นาทีเดียว จากจังหวะที่ แนวรับของ เคมบริดจ์ เสียบอลในกรอบเขตโทษ ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้ ไปแย่งบอลมาได้แล้ว แปเข้ามุมเสาไกล เลสเตอร์ นำห่างสุดกู่ 3-0

จบเกมเลสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเอาชนะ เคมบริดจ์ ยูไนเต็ด ได้ถึงถิ่น 3-0 เป็นการเก็บชัยชนะในเกมอุ่นเครื่อง 3 นัดรวดแล้ว

นัดต่อไปเลสเตอร์ จะแยกเป็นสองทีมไปอุ่นเครื่องกับ ร็อตเตอร์แฮม ยูไนเต็ด และ สโต๊ค ซิตี้ ในวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม นี้ เวลา 21.00 น. โดยทั้งสองเกมจะลงเตะในเวลาเดียวกัน