ไม่ใช่แค่เลื่อนชั้น แต่เป็นความสำเร็จในระยะยาว

เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมหญิงคว้าแชมป์ฟุตบอลเอฟเอ วีเมนส์ แชมเปี้ยนชิพ ไปครอง โดยทียังเหลือการแข่งขันในฤดูกาลนี้อีก 2 นัด ทิ้งห่างทีมอันดับ 2 อย่างเดอร์แร่ม ถึง 8 คะแนน

ลูกทีมของ โจนาธาน มอร์แกน โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงสุด ๆ ทำสถิติชนะติดต่อกันได้ 12 นัดในลีก และ ชนะถึง 15 นัด จาก 18 นัดที่ลงสนาม โดย 3 เกมที่ พลาดคว้าชัยไปเป็นการ เสมอกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และ เดอร์แร่ม ด้วยสกอร์ 2-2 ทั้งสองเกม ส่วน อีกเกมที่ เลสเตอร์ ทีมหญิงพลาดเก็บชัยคือเกมที่บุกไปพ่าย ลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสเซส 1-4 และนั้นเป็นเพียงความพ่ายแพ้เดียวในฤดูกาลนี้ เท่านั้น

ย้อนกลับไปในช่วงซัมเมอร์ ทีม “จิ้งจอกสาว” ในนามสโมสรฟุตบอลหญิงอิสระเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมกึ่งอาชีพ แต่ด้วยกฎของเอฟเอ วีเมนส์ ที่กำหนดให้ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันในเอฟเอ วีเมนส์ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2020/21 เป็นต้นไปจะต้องเป็นทีมระดับอาชีพ การร่วมงานกันกับ สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ เพื่อยกระดับคุณภาพฟุตบอลหญิงของเลสเตอร์ จึงเกิดขึ้น

ทัพ “จิ้งจอกสาว” โฉมใหม่ ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เริ่มการเดินหน้าปรับปรุงพัฒนาทั้งในด้านฟุตบอล และ การบริหารงานต่าง ๆ นักเตะฝีเท้าดี ถูกดึงเข้ามาเสริมทีมหลายคน เอมิล เฮสกีย์ อดีตตำนานลูกหนังเลสเตอร์ ซิตี้ เข้ารับตำแหน่งทูตสโมสร

การย้ายสนามฝึกซ้อมเดิมของทีมหญิง มาที่สนามฝึกซ้อม “บีเวอร์ ไดรฟ” ซึ่งเป็นสนามฝึกซ้อมเก่าของทีมชาย ที่ทันสมัยและมีเครื่องไม้เครื่องมือในระดับมาตรฐานพรีเมียร์ลีก เป็นอีกหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวที่จะพัฒนาทีมฟุตบอลหญิงเลสเตอร์ ซิตี้ ให้ก้าวหน้าไปอย่างมั่นคงขึ้นไปอีก

ความสำเร็จของทีมที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป โจนาธาน มอร์แกน คงต้องเจองานหนักกว่านี้ เพราะคู่ต่อสู้ในแต่ละสัปดาห์จะกลายเป็นทีมระดับท็อป ที่ศักยภาพเหนือกว่าทีมที่พวกเขาต้องเจอมาในฤดูกาลนี้หลายเท่า

แน่นอนว่าการเดินหน้าปรับทัพเสริมทีมให้แข็งแกร่ง ก็ยังคงต้องมีอย่างต่อเนื่อง เพราะเป้าหมายของเลสเตอร์ ทีมหญิง คงไม่ใช่แค่การเลื่อนชั้น แต่ต้องเป็นหนึ่งในทีมที่ลุ้นความสำเร็จอย่างมั่นคงในระยะยาว