เอมิล เฮสกีย์ (Emile Heskey)

Project Info

Project Description

เอมิล เฮสกีย์ (Emile Heskey) สำหรับบรรดาแฟนบอลของ เลสเตอร์ ซิตี้ รุ่นหลังๆ หนึ่งในขวัญใจของพวกเขาคงหนีไม่พ้นกองหน้าร่างยักษ์แต่กลับคล่องแคล่วเหลือเชื่ออย่าง เอมิล เฮสกีย์

เฮสกีย์ เกิดและเติบโตใน เลสเตอร์ โดยฉายาแววเด่นในเชิงลูกหนังตั้งแต่เด็กๆ ก่อนเล่นให้ แรตบี้ โกรบี้ จูเนียร์ส สโมสรเยาวชนระดับท้องถิ่น ตามด้วยการเข้าสู่อะคาเดมี่ของ “เดอะ ฟ็อกซ์ส” ตั้งแต่วัย 9 ขวบ

จากนั้น เฮสกีย์ พัฒนาผีเท้าขึ้นมาตามลำดับก่อนไต่เต้าขึ้นมาประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ด้วยวัย 17 ปี ในช่วงท้ายฤดูกาล 1994-95 ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว เลสเตอร์ มีอันต้องกระเด็นตกชั้นกลับไปเล่นใน ดิวิชั่น 1 (ปัจจุบันเป็น เดอะ แชมเปี้ยนชิพ)

เข้าสู่ฤดูกาล 1995-96 เฮสกีย์ ซึ่งเพิ่งเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกในอาชีพนักเตะของตัวเอง กลายเป็นตัวหลักของ “เดอะ ฟ็อกซ์ส” หลังลงเล่นไปทั้งสิ้น 30 นัด ทำได้ 7 ประตู รวมถึงประตูแรกในฐานะนักเตะอาชีพ และช่วยให้ต้นสังกัดเลื่อนชั้นกลับไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้อีกครั้ง

ในฤดูกาลแรกแบบเต็มตัวบนลีกสูงสุด เจ้าของชื่อเล่น “บรูโน่” จากเหตูที่มีรูปร่างและหน้าตาคล้ายคลึง แฟรงค์-บรูโน่ ตำนานนักชกอาชีพชาวอังกฤษ ยิงไป 10 ประตูจาก 35 นัดใน พรีเมียร์ลีก

แต่ไฮไลท์ประจำซีซั่น 1996-97 ของเขาเป็นการทำประตูตีเสมอ มิดเดิ้ลสโบรช์ ใน ลีก คัพ นัดชิงชนะเลิศ ก่อน “เดอะ ฟ็อกซ์” ได้เฮในท้ายที่สุดจากชัยชนะในนัดรีเพลย์

แม้ในซีซั่น 1998-99 เขาฟอร์มดร็อปลงไปหลักทำเพียง 6 ประตูในลีก และโดนวิจารณ์เรื่องการยิงประตูน้อยเกินไปล้มง่ายเกินไป แต่ เฮลกีย์ ทำผลงานอย่างเข้าขารู้ใจกับหัวหอกรุ่นพี่อย่าง โทนี่ ค็อตตี้ ซึ่ง มาร์ติน โอนีล ผู้จัดการยกให้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พวกเขารอดตกชั้นได้สำเร็จ

แม้ในซีซั่น 1999-2000 อันเป็นปีสุดท้ายของ เฮสกีย์ ในเสื้อ เลสเตอร์ ซิตี้ เขาทำประตูไปเพียง 7 ประตูในลีก แต่หนึ่งในตัวหลักที่ช่วยให้ต้นสังกัดคว้าแชมป์ ลีก คัพเป็นสมัยที่ 3 ของสโมสร

ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลดังกล่าว เฮสกีย์ เลือกมุ่งหน้าสู่ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ อันเป็นสถิติสูงสุดสำหรับเงินที่ได้จากการขายนักเตะของ เลสเตอร์ จนถึงเวลานี้

ในเดือน ต.ค. ปี 2002 เฮสกีย์ แสดงให้เห็นถึงความรักต่อสโมสรบ้านเกิดด้วยการช่วยบริจาคเงิน 6 หลักเพื่อช่วยเหลือกลุ่มทุ่นซึ่งนำโดย แกรี่ ลินิเกอร์ ในการเข้าเทกโอเวอร์ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งประสบปัญหาด้านการเงินในเวลานั้น

ตลอดระยะเวลา 4 ฤดูกาลใน แอนฟิลด์ เฮลกีย์ นำต้นสังกัดคว้าแชมป์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ และยูฟ่า คัพ ก่อนต้องโบกมือหลังการย้ายเข้ามาของ มิลาน บารอส

ชีวิตค้าแข้งของ เฮสกีย์ เริ่มดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ หลังไปร่วมทัพ เบอร์มิงแฮม ซิตี้, วีแกน แอธเลติก และแอสตัน วิลล่า ก่อนเลือกเดินทางไปหาความท้าทายในลีกออสเตรเลียกับ นิวคาสเซิ่ล เจ็ตส์ แล้วกลับสู่มาตุภูมิ โดยเซ็นสัญญาเมื่อสิ้นสุดซีซั่นที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวยังไม่ประกาศแขวนสตั๊ต

เฮสกีย์ มีส่วนร่วมกับทีมชาติตั้งแต่รุ่น ยู-16 ก่อนประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ในวัย 20 ปี โดยไม่สัมผัสทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่าง ฟุตบอลโลก 2002, ยูโร 2004 และ ฟุตบอลโลก 2010 ก่อนประกาศแขวนสตั๊ดในระดับทีมชาติทุกรายการด้วยผลงาน 7 ประตูจาก 62 นัดตลอดระยะเวลา 11 ปี