เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เรื่องจริงที่ไม่ได้เป็นแค่ความฝัน

วันนี้เมื่อ 6 ปีที่แล้ว แฟนบอล “จิ้งจอกสยาม” ทั่วโลกกระโดดกอดกันหน้าจอโทรทัศน์ เพื่อรอฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่แฟนๆ รอคอย

หลายคนต้องหยิกตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่ใช่เรื่องฝันไป เทพนิยาย “จิ้งจอกสยาม” ได้กำเนิดขึ้นและจุดความฝันให้กับทีมฟุตบอลทั่วทั้งโลกได้เห็นว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในโลกของฟุตบอล

ก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งปี สถานการณ์ของทีมไม่ได้อยู่ในช่วงที่ดีเท่าไหร่นักเมื่อไนเจล เพียร์สัน ผู้จัดการทีมผู้ที่พาทีมเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาสู่พรีเมียร์ลีกต้องอำลาทีมไป

เจมี่ วาร์ดี้ ครองตำแหน่งดาวซัลโวของทีมในฤดูกาล 2015/16

เลสเตอร์ ซิตี้ ตัดสินใจร่วมงานกับเคลาดิโอ รานิเอรี่ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลี่ยน ผู้เคยผ่านงานคุมทีมอย่างแอตเลติโก มาดริด , ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลานมาแล้ว

การแต่งตั้ง รานิเอรี่ ในเวลานั้นเต็มไปด้วยคำถาม เพราะก่อนหน้านั้นเขาคุมทีมชาติกรีซ แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เช่นเดียวกับช่วงเวลาที่เขาเคยคุมเชลซี และต้องแยกทางจากทีมดังแห่งลอนดอนในปี 2004 หลังพลาดพาทีมคว้าโควต้าไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

อย่างไรก็ตาม สถิติโดยรวมของเขาก็ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นในเวทีพรีเมียร์ลีก , ลา ลีกา , เซเรีย อา หรือลีกเอิง แต่แน่นอนว่าเขายังไม่เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เลย

เคลาดิโอ รานิเอรี่ ผู้จัดการทีมชาวอิตาลี ที่พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

ในเวลานั้นเลสเตอร์ ซิตี้ ต้องการศูนย์รวมจิตใจ รานิเอรี่ สร้างมันขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม เมื่อถูกถามว่าเขาเหมาะสมกับตำแหน่งนี้หรือไม่ เขาตอบคำถามนั้นด้วยรอยยิ้ม และหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“จิ้งจอกสยาม” เริ่มสร้างเซอร์ไพรส์ ทำผลงานได้ดี ด้วยการเอาชนะทีมอย่างซันเดอร์แลนด์ , เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า ก่อนเก็บคลีนชีทแรกด้วยการเอาชนะ คริสตัล พาเลซในบ้าน 1-0 จากประตูชัยของเจมี่ วาร์ดี้ ซึ่งเป็นการยิง 7 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก ณ เวลานั้น

ผลงานของทีมยังดีต่อเนื่อง ก่อนขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ในนัดที่ทีมถล่ม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-0 วาร์ดี้ ยังทำประตูต่อเนื่องเป็นนัดที่ 10 ติดต่อกัน สถิติเทียบเท่าอดีตดาวยิงแมนฯยูไนเต็ดอย่างรุด ฟาน นิสเตลรอย

การเจอกับทีม “ปีศาจแดง” ที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ถือเป็นนัดสำคัญ ถ้าเขาทำประตูได้อีก เขาจะขึ้นหน้าหนึ่งของสื่อทั่วโลก

จากอดีตนักเตะที่สร้างตัวเองขึ้นมาจากลีกสมัครเล่น แม้กระทั่งทีมอย่างเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ยังปฏิเสธคว้าตัว แต่ในวันนั้น เขารับบอลจากคริสเตียน ฟุคส์ และยิงผ่านมือดาบิด เด เคอา นั่นหมายความว่า เขายิงประตูได้ 11 นัดติดต่อกัน มันคือสถิติใหม่ที่พรีเมียร์ลีกต้องบันทึกไว้

เจมี่ วาร์ดี้ ทำสถิติยิงประตู 11 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก ในเกมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ริยาด มาห์เรซ ดาวเตะชาวแอลจีเรียน เป็นอีกคนที่ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยม เขาและวาร์ดี้ ช่วยกันทำคนละประตูพาทีมชนะเชลซี 2-1 เมื่อเดือนธันวาคม และก่อนถึงคริสต์มาส 2 สัปดาห์ เลสเตอร์ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง

เดลี่ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังถึงกับพาดหัวในเช้าวันต่อมาว่า “เราจะคว้าแชมป์ลีก” แม้บทความด้านในจะวิเคราะห์ความน่าผิดหวังของเชลซีในเวลานั้นมากกว่าก็ตาม

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมของเชลซี อำลาทีมหลังจากนั้น แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่เลสเตอร์ สร้างผลงานต่อเนื่องจนหยุดไม่อยู่

นี่คือทีมที่เหลือเชื่อ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ถูกดึงตัวมาโดยสเวน โกรัน อีริคส์สัน เมื่อหลายปีก่อน ค่อย ๆ พาตัวเองจากฟุตบอลระดับลีก ทู ขึ้นมายังพรีเมียร์ลีก

เวส มอร์แกน และ โรเบิร์ต ฮูธ ที่เหล่านักเขียนต่างเซอร์ไพรส์ว่าฟอร์มพุ่งขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ กลายมาเป็นหัวใจของแผงเกมรับ

กำเนิดเทพนิยาย “จิ้งจอกสยาม”

แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ที่เซ็นมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษ ขณะที่มาร์ค อัลไบรท์ตัน ปีกที่แอสตัน วิลล่า ปล่อยแบบไร้ค่าตัว กลายมาเป็นหนึ่งในนักเตะที่เปิดบอลจากด้านข้างได้แม่นที่สุดในประเทศ

คริสเตียน ฟุคส์ และ แดนนี่ ซิมป์สัน อีกหนึ่งดาวรุ่งจากแมนฯ ยูไนเต็ด กลายมาเป็นฟูลแบ็ก คงเส้นคงวาสุด ๆ และขึ้นไปเติมเกมด้วยความเร็วหากรานิเอรี่ ต้องการ

ชินจิ โอกาซากิ ดาวเตะทีมชาติญี่ปุ่นกลายเป็นหนึ่งในคู่หูที่ยอดเยี่ยมของวาร์ดี้ และเพิ่มมิติอย่างยิ่งใหญ่ให้กับพวกเขา

แต่แน่นอน ทีมจะขาดนักเตะจากปารีสอย่างเอ็นโกโล่ ก็องเต้ไม่ได้ สโมสรซุ่มดูฟอร์มของเขาอย่างดีก่อนหน้านั้น พวกเขาอดทน รอเวลา ก่อนตัดสินใจเดินหน้าเจรจาดึงเขามาร่วมทีม

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ อีกหนึ่งกำลังสำคัญในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

ทัศนคติความเป็นนักสู้ไม่มีถอยของเขา กลายเป็นเครื่องจักรคนสำคัญของเลสเตอร์ สตีฟ วอลช์ เคยกล่าวว่า “เราเล่นมิดฟิลด์ 3 คน มี ดริงค์วอเตอร์ ตรงกลาง ส่วนกองเต้ มี 2 คน ยืนอยู่คนละฝั่ง”

เดือนกุมภาพันธ์ก้าวเข้ามาถึง วาร์ดี้ ยิงไม่หยุดฟอร์มที่ร้อนแรงของตัวเอง เขาวอลเล่ย์สุดสวยพาทีมเอาชนะ ลิเวอร์พูล ของเยอร์เก้น คล็อปป์ ได้สำเร็จ ต่อด้วยการเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 โดยโรเบิร์ต ฮูธ ยิงคนเดียว 2 ประตู บวกกับการจบสกอร์และท่าฉลองประตูที่ยากจะลืมของมาห์เรซในเกมเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เลสเตอร์ ก็ต้องเจออุปสรรคกลางทาง พวกเขาบุกไปแพ้อาร์เซน่อลที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม 1-2 แดนนี่ เวลเบ็ค ทำประตูชัยให้กับทีมลอนดอนเหนือ แน่นอน รานิเอรี่ ยื่นคำขาดว่า พวกเขาจำเป็นต้องเก็บสามแต้มให้ได้ต่อกัน 3 นัดหลังจากนั้น

มันเริ่มจากเกมที่ เลโอนาร์โด้ อูยัว ซัดประตูชัยพาทีมเอาชนะนอริช ซิตี้ 1-0

การเขียนบทเทพนิยายของเลสเตอร์ เริ่มสร้างความตื่นเต้นให้กับบุคคลในวงกว้าง แม้แต่ตำนานนักเตะอย่างซีเนอดีน ซีดาน และ อันเดรีย ปีร์โล่ ต่างก็โพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดีย ด้วยเสียงชื่นชมที่มีต่อสโมสร

แฟน “จิ้งจอกสยาม” ได้เฮครั้งประวัติศาสตร์

เกมบุกเยือนซันเดอร์แลนด์รออยู่ในช่วงต้นเดือนเมษายน หากชนะ ทีมจะการันตีโควต้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งวาร์ดี้ ทำอีก 2 ประตู รานิเอรี่ วิ่งไปที่อัฒจันทร์ทีมเยือนในช่วงท้ายเกม สีหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความสุข กล้องถ่ายทอดสดต่างสาดไปที่เขาหลังจบเกม ไม่มีใครรู้ ว่าช่วงเวลานั้นมีความหมายกับเขามากเพียงใด

“เราได้ไปแชมเปี้ยนส์ ลีก เราได้ไปแชมเปี้ยนส์ ลีก ดิลลี่ ดิง ดิลลี่ ดอง คุณอาจลืมไปแล้วว่าคุณกำลังจะพูดอะไร แต่เราได้ไปแชมเปี้ยนส์ ลีกแล้ว!”

เลสเตอร์ นำคู่แข่ง 10 คะแนน เหลือเกมการแข่งขันอีก 5 นัด พวกเขาต้องการชัยชนะอีกเพียง 3 นัดเพื่อแชมป์ จากทีมม้านอกสายตา พวกเขาคือเต็งจ๋าแบบไร้เงื่อนไข

แต่ 3 นัดที่ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย วาร์ดี้ โดนไล่ออกในเกมที่เปิดบ้านเสมอกับ เวสต์แฮม 2-2 อูยัว สังหารจุดโทษพร้อมคว้า 1 แต้มที่ล้ำค่า

ต่อด้วยสามคะแนนในเกมกับสวอนซี ซิตี้ ด้วยสกอร์ 4-0 เกมนั้น อูยัว ได้ยืนเป็นศูนย์ตัวเป้าแทน วาร์ดี้

เมื่อนักเตะทุกคนกำลังแบกรับสถานการณ์กดดันสุดขีด คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสร จะเป็นผู้ที่เข้าไปในห้องแต่งตัว มอบรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับนักเตะ สร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างกัน

เจมี่ วาร์ดี้ ทำประตูในเกมนัดเปิดบ้านชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-1 ซึ่งเป็นนัดฉลองแชมป์ของทีม “จิ้งจอกสยาม”

พวกเขาต้องบุกไปเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในวันที่ 1 พฤษภาคม สเปอร์ส คู่แข่งแย่งแชมป์ของพวกเขาพลาดไปก่อนหน้านี้ หากคว้าชัยชนะในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดได้ นี่อาจเป็นการคว้าแชมป์ในความทรงจำของเลสเตอร์ ซิตี้

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ยิงให้แมนฯยูไนเต็ด ออกนำไปก่อน แต่ ดริงค์วอเตอร์ ก็เปิดฟรีคิกให้ มอร์แกน โหม่งเข้าไป เกมจบที่ผล 1-1 แม้จะไม่ใช่ชัยชนะ แต่ก็ทำให้ทีมใกล้กับความฝันที่เหลือเชื่อเข้าไปทุกที

สเปอร์ส ที่ยังไล่บี้กับเลสเตอร์ถึงช่วงท้าย ทำแต้มหล่นต่อเนื่อง พวกเขาพลาดชัยชนะเหนือเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และหากพวกเขาไม่ชนะเชลซีอีก ทุกอย่างจะจบลง

2 พฤษภาคม 2016 สเปอร์ส​ ต้องพบกับเชลซี ลูกทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ยิงนำไปก่อน 2 ประตู เวลานั้น ทุกคนที่เลสเตอร์ต่างทำใจ พวกเขาคงต้องยืดระยะเวลาการต่อสู้ออกไปอีก

แต่ในครึ่งหลัง แกรี่ เคฮิลล์ และเอแด็น อาซาร์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ทำให้เสียงเฮดังลั่นในห้องนั่งเล่นแทบทุกบ้านในเมืองเลสเตอร์

พวกเขาผ่านอะไรมามากมาย แต่ไม่มีอะไรหยุดพวกเขาได้อีกแล้ว เลสเตอร์ ซิตี้ คือแชมป์พรีเมียร์ลีก

ชาวเมืองต่างพากันมาฉลองตามท้องถนนในคืนนั้น พวกเขามุ่งหน้าตรงไปที่คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม LCFCTV ฉายภาพนักเตะ “จิ้งจอกสยาม” ดีใจอย่างสุดเหวี่ยงในห้องครัวของ วาร์ดี้

นักเตะเลสเตอร์ เฮสุดเหวี่ยงหลัง รู้ผล สเปอร์ส เสมอ เชลซี 2-2 ทำให้ เลสเตอร์ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อย่างเป็นทางการ

7 พฤษภาคม 2016 วันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนาม “คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม” พบกับ เอฟเวอร์ตัน และหลังจากชัยชนะเหนือทีม “ทอฟฟี่ สีน้ำเงิน” จบลงก็ได้เวลาฉลอง

เลสเตอร์ ซิตี้ ฉลองชัยอย่างยิ่งใหญ่ เวส มอร์แกน กัปตันทีม รับถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2015/16 แบบเป็นที่กล่าวขานของคนทั่วโลก ใช่แล้วพวกเขาไม่ได้ฝันไป เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ไปแล้วจริง ๆ