โควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังอยู่ในคอนโทรล ของเลสเตอร์ ซิตี้

นับจากประตูชัยของ โทนี่ ค็อตตี้ ที่พาเลสเตอร์ ซิตี้ บุกชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมพรีเมียร์ลีก ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 1-0 เมื่อวันที่ 31 มกราคม ปี 1998 ทีม “จิ้งจอกสยาม” ก็ไม่เคยบุกไปชนะ ทีม “ปีศาจแดง” ในถิ่นได้อีกเลย จนกระทั่งเกมเมื่อคืนจบลง

12 นัด หากนับเฉพาะเกมพรีเมียร์ลีก ที่เลสเตอร์ ต้องบุกมาเยือนที่โรงละครแห่งความฝัน พลพรรคจิ้งจอกสยาม แพ้กลับออกไป 10 นัด และรอดพ้นความพ่ายแพ้ออกไปแค่ 2 ครั้ง คือในฤดูกาล 1998/99 ที่เสมอกัน 2-2 และ ในฤดูกาล 2015/16 ที่เสมอกันไป 1-1

ลูกโหม่งของ ชากลาร์ โซยุนชู ทำให้การรอคอยอันยาวนานถึง 23 ปีสิ้นสุดลง แน่นอนว่าโปรแกรมที่อัดแน่นของทีม ปีศาจแดง ทำให้การจัดทัพของเจ้าบ้านไม่ฟูลทีม แต่นั่นก็ต้องไม่ลืมว่า เลสเตอร์ ซิตี้ ของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็ไม่สามารถจัดทัพได้แบบสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกัน

จากผลการพบกันในฤดูกาลนี้ 3 นัด เลสเตอร์ ชนะ 1 และ เสมอ 1 นัดในเกมพรีเมียร์ลีก และ ชนะได้ในเกม เอฟเอ คัพ 1 นัด ซึ่งนับเป็นฤดูกาลแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2015/16 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่พวกเขาคว้าแชมป์ลีก ที่ไม่พ่ายให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งเหย้าและเยือน

ความหวังในการกลับไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของเลสเตอร์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2016/17 ยังคงอยู่ในการคอนโทรลของตัวเอง หากชนะในเกมลีก 2 นัดที่เหลือ หรือ เก็บได้อย่างน้อย 4 แต้มก็จะการันตีการจบ 4 อันดับแรกของลีกแน่นอน

เลสเตอร์ ยังเหลือโปรแกรมหนักในช่วงท้ายฤดูกาลอีก 3 นัด โดยจะลงเล่นเกมเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ กับ เชลซี วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม ก่อนจะบุกไปเยือน เชลซี ในเกมพรีเมียร์ลีก อีกครั้งที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ คืนวันอังคารที่ 18 พฤษภาคม และ ปิดท้ายด้วยโปรแกรมรับการมาเยือน ของสเปอร์ส วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม นี้