ย้อนรำลึก 10 ชุดแข่งในตำนานของเลสเตอร์ ซิตี้

หลังจากเลสเตอร์ ซิตี้ เปิดตัวชุดแข่งใหม่สำหรับฤดูกาล 2020/21 เราจะไปพาไปชม 10 ชุดแข่งของเลสเตอร์ ในความทรงจำ ตลอด 4 ทศวรรษหลังสุด

1. ชุดเหย้าฤดูกาล 1983-1985 เป็นชุดแข่งเวอร์ชั่นแรกที่มีผู้สนับสนุนติดอยู่ที่หน้าอก นั่นคือผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม อินด์ คูป ซึ่งมีสัญลักษณ์ของสโมสรเวลานั้น ยังเป็น “Running Fox” หรือลายจิ้งจอกวิ่ง ลายดังกล่าวใช้จนถึงปี 1992 และเป็นชุดลายทางครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1922 เป็นช่วงที่แกรี่ ลินิเกอร์ , อลัน สมิธ และ สตีฟ ลิเน็กซ์ ทำประตูรวมกันกว่า 100 ลูก

2. ชุดเหย้าฤดูกาล 1992-1994 เป็นเวอร์ชั่นที่สโมสรออกแบบเอง ช่วงนั้นไบรอัน ลิตเติ้ล เป็นผู้จัดการทีม โดยที่เวลานั้น สโมสรมีตราสินค้าเป็นของตัวเองในชื่อ ‘Fox Leisure’ เป็นช่วงที่สโมสรปรับโลโก้สโมสรใหม่แทนที่ Running Fox เดิม จุดเด่นสำคัญคือมีตัวย่อของสโมสร L.C.F.C. อยู่ใต้ปกเสื้อด้านหน้า โดยที่ผู้สนับสนุนในเวลานั้นเป็น Walkers Crisps

3. ชุดเหย้าฤดูกาล 1994-1996 มีการเพิ่มสีขาว-ทอง บนปกเสื้อ ยังคงเป็นลักษณะคอปก ที่ตราสโมสรมีการเพิ่มวงแหวนสีทองไปรอบตราสโมสร

ชุดแข่งชุดนี้แข่งขันในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1994/1995 ซึ่งแม้ทีมจะตกชั้น แต่ก็เอาชนะในเกมเพลย์ออฟกลับมายังลีกสูงสุดในฤดูกาลต่อมา โดยปิดท้ายการใช้ชุดแข่งเวอร์ชั่นนี้ในเกมชิงชนะเลิศเพลย์ออฟที่เวมบลีย์ ในช่วงกลางปี 1996 ในยุคของ มาร์ติน โอนีล

4. ชุดเหย้าฤดูกาล 1996-1998 ต้อนรับเลสเตอร์กลับสู่พรีเมียร์ลีก เวอร์ชั่นนี้มีการปรับตราผู้สนับสนุน Walker Crisps เป็นรูปแบบใหม่ มีการปรับรูปแบบเสื้อ โดยการนำปกเสื้อออก เปลี่ยนเป็นลักษณะเสื้อคอวีแทน โดย เลสเตอร์ ตะลุยศึกยูฟ่า คัพ ในช่วงเวลาดังกล่าว เช่นเดียวกับการเข้าชิงลีก คัพ (โคคา โคล่า คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อปี 1997)

5. ชุดเหย้าฤดูกาล 1999/2000 มีการปรับลายพื้นผิวของเสื้อให้มีลักษณะเหลี่ยมเพชร โดยเป็นเวอร์ชั่นสุดท้ายที่สนับสนุนโดย Walkers และเป็นเสื้อชุดนี้ที่นำเลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ ลีก คัพได้สำเร็จเมื่อปี 2000 จากสองประตูของ แมตต์ เอลเลียต

6.ชุดเหย้าฤดูกาล 2002/2003 สโมสรมีการปรับเปลี่ยนผู้ผลิตชุดแข่งเป็น Le Coq Sportif และเปลี่ยนผู้สนับสนุนที่หน้าอกเสื้อเป็น LG Electronics เป็นชุดแข่งสำหรับการเปิดใช้สนามใหม่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ซึ่งย้ายจากสนามเดิมคือ ฟิลเบิร์ต สตรีท ขณะนั้นสโมสรแข่งขันในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ก่อนเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้สำเร็จอีกครั้งในเวลาต่อมา

7. ชุดเหย้าฤดูกาล 2003-2005 แฟนบอลได้เห็นชุดแข่งเวอร์ชั่นนี้เป็นครั้งแรก ในเกมอุ่นเครื่องกับบาร์เซโลน่า ในเดือนสิงหาคม 2003 ท่ามกลางแฟนบอลที่เข้ามาชมเกมนี้กว่า 32,000 คน มีการเปลี่ยนผู้สนับสนุนมาเป็น Alliance & Leicester และเคยสวมใส่โดยตำนานสโมสรอย่าง เจอร์รี่ แท็กการ์ท , มุสซี่ อิสเซ็ตต์ และ สตีฟ กั๊ปปี้ มาแล้ว

8. ชุดเหย้าฤดูกาล 2009/2010 เป็นการเลื่อนชั้นจาก ลีก วัน กลับไปสู่เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อีกครั้งของสโมสร โดยก่อนหน้านั้นได้มีการเปิดโหวตให้แฟนบอลเลือกแบบเสื้อที่ชอบ ซึ่งแบบที่ผลิตเนื่องในโอกาสครบรอบ 125 ปีของสโมสร ได้รับการโหวตมากที่สุด

ชุดแข่งนี้ผลิตโดย Joma และเป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปี กับเวอร์ชั่นที่ไม่มีสปอนเซอร์คาดหน้าอก รวมทั้งมีการเปลี่ยนแบบของจิ้งจอกบนตราสโมสรเล็กน้อย รวมทั้งเพิ่มอาร์มสีทอง ในฤดูกาลที่พวกเขาลงแข่งขันในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ จากความสำเร็จที่พวกเขาคว้าแชมป์ ลีก วันได้ ในปีก่อนหน้า

9. ชุดเหย้าฤดูกาล 2015/2016 เป็นชุดแข่งที่อยู่ในความทรงจำที่สุด กับฤดูกาลที่เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้่งแรกเมื่อปี 2016 นำโดยนักเตะอย่างเจมี่ วาร์ดี้ ที่ทำประตูในพรีเมียร์ลีกติดต่อกัน 11 นัด , ริยาด มาห์เรซ และ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และมี เคลาดิโอ รานิเอรี่ เป็นผู้จัดการทีม โดยวันที่ 7 พฤษภาคม เวส มอร์แกน กัปตันทีม ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกร่วมกับ รานิเอรี่ ท่ามกลางแฟนบอลที่มาเป็นสักขีพยานในสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

10. ชุดเหย้าฤดูกาล 2016/2017 ในฤดูกาลต่อมา จากสิทธิ์การเป็นแชมป์ลีก เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ผ่านเข้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ (รายการอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาล) โดยในเวทียุโรป เลสเตอร์ ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนแพ้ให้กับ แอตเลติโก มาดริดไปอย่างสนุก โดยแบบเสื้อในฤดูกาลนั้น มีการเพิ่มขอบสีทองลงไปในเสื้อ เพื่อรำลึกถึงความสำเร็จของสโมสร ในฤดูกาลก่อนหน้านั้น