ซิมป์สัน ย้อนอดีตความทรงจำที่เลสเตอร์

แดนนี่ ซิมป์สัน อดีตแบ็กขวาเลสเตอร์ ซิตี้ ชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกประวัติศาสตร์ กล่าวถึงช่วงเวลาของเขากับทีม “จิ้งจอกสยาม” และการทำงานร่วมกับโค้ชและเพื่อนนักเตะในทีม

ซิมป์สัน เพิ่งจะฉลองวันเกิดครบ 34 ปีเมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา เล่าย้อนอดีตให้ฟังถึงช่วงที่ เคยไปทดสอบฝีเท้ากับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่ทั้งสองสโมสรจะให้คำตอบเหมือนกันคือ ปฏิเสธที่จะรับ แดนนี่ ซิมป์สันเข้าสังกัด และเหมือนโชคชะตากำหนด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นทีมที่ แดนนี่ ซิมป์สัน เชียร์มาตั้งแต่เด็กตอบรับเข้าสู่อะคาเดมี่ หลังไปทดสอบฝีเท้า

“ผมเคยไปทดสอบฝีเท้ากับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ทั้งสองทีม ตอบว่า ไม่..สุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมที่ผมเชียร์แต่เด็กเสนอให้ผมไปทดสอบฝีเท้าและพวกเขาก็รับผมเข้าสังกัดตอนอายุสัก 11-12 ปีได้”

ซิมป์สัน ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียง 8 นัดตลอด 4 ปีในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อนที่จะย้ายแบบถาวรไปที่ นิวคาสเซิ่ล และ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส และย้ายมาเล่นให้กับเลสเตอร์ เมื่อปี 2014 ในช่วงที่ทีมเพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่พรีเมียร์ลีก

“มีรูปของผมกับเวส มอร์แกน ยืนเคียงข้างกันในฐานะกัปตันของควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส ในอุโมงค์ของสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะได้ย้ายไปเลสเตอร์ในอีกไม่กี่เดือนหลังจากนั้น”

“การย้ายไปเลสเตอร์เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย ในเวลานั้นแฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ตัดสินใจเซ็นสัญญากับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ เขาบอกผมว่า ผมสามารถย้ายทีมได้ จากนั้น 48 ชั่วโมงต่อมา ผมก็มาอยู่ที่สนามซ้อมของเลสเตอร์ ร่วมกับอดีตนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ดอย่างแดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ , แม็ตตี้ เจมส์ และ ริทชี่ เดอ เลต”

“ไนเจล เพียร์สัน สร้างบรรยากาศในห้องแต่งตัวที่ใกล้ชิดและอบอุ่น ผมรู้มันยากกับการต้องแทนที่ ริทชี่ แต่ไนเจล และเคร็ก เช็คสเปียร์ (ผู้ช่วยไนเจล เพียร์สัน ณ เวลานั้น) ดูแลผมดีมาก เช่นเดียวกับกลุ่มเพื่อนๆ นักเตะ ทำให้ผมเรียนรู้หลายอย่างจากที่นั่น”

ในปี 2015 เลสเตอร์ รอดพ้นจากการตกชั้นอย่างเหลือเชื่อ เพียร์สัน อำลาทีมไป และกลายมาเป็นยุคสมัยของเคลาดิโอ รานิเอรี่

“สิ่งที่ไนเจลและทีมงานของเขาสร้าง มันต่อยอดถึงการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีต่อมา”

“เคลาดิโอ นำแนวคิดของเขาเข้ามา และช่วยขันเกมรับของผมให้ดีขึ้น หลังจากเราแพ้ อาร์เซน่อล 2-5 ในเกมเหย้าเมื่อเดือนกันยายน เขาก็ปรับไปเล่นกองหลัง 4 คน และใช้ผมกับคริสเตียน ฟุคส์ เป็นสองฟูลแบ็ก”

เลสเตอร์ เข้าใกล้การสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสรไปทุกที กระทั่งวันที่ 1 พฤษภาคม 2016 เขาเดินทางไปที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพื่อเป้าหมายคือคว้าชัยชนะเพื่อคว้าโทรฟี่มาครอง

“เป็นเกมเดียวที่ผมตื่นกลัว ผมจำได้ว่าผมนั่งกับแดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ที่โรงแรมมาริอ็อตต์ ในวอร์สลี่ย์ ตอนนั้น ปาทริซ เอวร่า ที่ผมรู้จักดี โทรศัพท์เข้ามาหาผม เขาเคยช่วยผมหลายอย่างตอนอยู่ที่ยูไนเต็ด”

“เขาบอกว่า โชคดี สนุกกับเกมนะน้อง ใครจะไปคิดว่านายกำลังจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด”

“เราเสมอกับพวกเขา 1-1 แต่ผมดีใจที่เราได้แค่แต้มเดียว ไม่อย่างนั้นเราคงจะไม่ได้ไปฉลองที่บ้านของเจมี่ วาร์ดี้ ในอีกไม่กี่วันถัดมา ตอนที่เชลซี เสมอกับสเปอร์ส และหมายความว่าเราได้แชมป์พรีเมียร์ลีกแล้วจริงๆ”

“ผมอยากจะแลกกับอะไรก็ได้ตอนนี้ แล้วย้อนเวลากลับไปในคืนนั้น ทุกคนหลั่งน้ำตา ดีใจกอดกัน มันเป็นค่ำคืนที่พิเศษกับกลุ่มเพื่อนนักเตะ และเราต่างมีช่วงเวลาที่ดีในหัวใจของเรา เพราะฤดูกาลนั้น เราทำงานกันอย่างหนักจริงๆ กว่าจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาได้” ซิมป์สัน ทิ้งท้าย