“สตีฟ ฮาวเวิร์ด” จากช่างทำหลังคา สู่ ดาวยิงในตำนาน

“สตีฟ ฮาวเวิร์ด” อดีตศูนย์หน้าทีม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ยุคปี 2008-2012 เป็นนักเตะจากเมืองเดอรัม ชายผู้ที่ระเบิดฟอร์มถล่มประตูคู่แข่งพาทีมคว้าแชมป์ลีกวัน และเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาสู่ลีกแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ในฤดูกาล 2009/2010 ส่งผลเจ้าตัวได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ชายผู้มีถิ่นกำเนิดจากทางตอนเหนือของอังกฤษค้าแข้งอยู่กับจิ้งจอกสยาม เจ้าตัวฝากผลงานไว้ด้วยการทำประตูไปถึงไปทั้งหมด 39 ประตู จากการลงสนาม 169 เกม

เส้นทางของ สตีฟ ฮาวเวิร์ด ไม่สวยหรูนัก เจ้าตัวเริ่มต้นอาชีพฟุตบอลได้ต่างจากคนอื่น ๆ เนื่องจากต้องพบกับความผิดหวังเมื่อไม่สามารถผ่านการคัดตัวกับหลายสโมสรเมื่อตอนที่เขาอายุ 15 ปี อย่างไรก็ตามด้วยหัวจิตหัวใจที่มุ่งมั่น และความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทำให้เขาไม่ยอมแพ้

สตีฟ ฮาวเวิร์ด เริ่มต้นเส้นทางอาชีพที่สโมสร ฮาร์ทลี่พูล ยูไนเต็ด ซึ่งขณะนั้นเป็นสโมสรในลีกระดับล่างของเมืองผู้ดี แน่นอนว่าการอยู่กับทีมเล็กย่อมทำให้ สตีฟ ต้องหารายได้เสริมจากการทำอาชีพอื่น ซึ่งก็คือการเป็นช่างทำหลังคา แต่หลังจากอยู่กับทีมได้แค่ 4 ปี สตีฟ ก็ได้เส้นทางใหม่เมื่อทีมที่ใหญ่กว่าอย่าง นอร์ธแฮมป์ตัน ทาวน์ ตัดสินใจคว้าตัว สตีฟ ไปร่วมทีมด้วยมูลค่า 120,000 ปอนด์ ในปี 1999

จากการทำผลงานได้ค่อนข้างโดดเด่นกับ นอร์ธแฮมป์ตัน ทาวน์ เป็นผลให้สตีฟ ได้รับความสนใจจาก ลูตัน ทาวน์ ซึ่งที่นั่น สตีฟ โชว์ความสามารถในการทำประตูไปถึง 96 ประตูจากการลงเล่นเพียง 212 นัด ผลงานอันยอดเยี่ยมดังกล่าวไปเข้าตาของทีมใหญ่อย่าง “แกะเขาเหล็ก” ดาร์บี้ เคานท์ตี้ ซึ่งสนใจในฝีเท้าของ สตีฟ และตัดสินใจคว้าพ่อหนุ่มหน้ามนต์ไปร่วมทีมด้วยมูลค่าที่สูงถึง 1 ล้านปอนด์ และแน่นอนเจ้าตัวก็ไม่ทำให้ทีมผิดหวัง เมื่อเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยไขประตูเลื่อนชั้นไปสู่ลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีอย่างพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในปี 2006

อย่างไรก็ตามหลังจากขึ้นชั้นไปเพียงฤดูกาลเดียว สตีฟ และพลพรรคแกะเขาเหล็กก็ต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อพวกเขาจบอันดับสุดท้ายของตารางคะแนนและร่วงหล่นกลับสู่เวทีแชมเปี้ยนชิพอีกครั้ง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว เลสเตอร์ ซิตี้ ได้เฝ้าจับตาฟอร์มการเล่นและประทับใจในฝีเท้าของ สตีฟ จึงทำการยื่นข้อเสนอขอซื้อเจ้าตัวมามาร่วมทีมเป็นมูลค่า 1.5 ล้านปอนด์ และ สตีฟ ก็ตอบแทนด้วยการซัดแฮตทริกใส่ เวสต์บรอมวิช ทว่าด้วยฟอร์มการเล่นโดยรวมของทีมที่ไม่ดีพอในช่วงเวลานั้น ส่งผลให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ต้องหล่นชั้นไปอยู่ลีกวันอีกครั้ง

“เมื่อมองย้อนกลับไปการที่ทีมหล่นไปสู่ลีกระดับ 3 นั้นก็มีเรื่องดีอยู่บ้าง” สตีฟ กล่าว

“เพราะพวกเราได้กุนซือที่ยอดเยี่ยมอย่างไนเจล เพียร์สัน เข้ามาคุมทีม เขาเป็นคนที่ทำให้เกิดความสามัคคีภายในทีมอีกครั้ง นั่นเป็นจุดเริ่มต่นที่ทำให้เราเล่นอย่างเข้าใจกัน เล่นด้วยหัวใจ เหมือนเราเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งในสนามและนอกสนาม นั่นเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ” และในท้ายที่สุดเพียร์สัน ก็พาทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นมาอยู่ในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ แม้ว่า สตีฟ จะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในนั้นก็ตาม

โดยหลังอยู่กับเลสเตอร์ มานานถึง 4 ปี สตีฟ ตัดสินใจย้ายออกจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะกลับมาอยู่กับทีมที่ตนเองเริ่มต้นอาชีพการเป็นนักฟุตบอลอย่าง ฮาร์ทลี่พูล อีกครั้งในปี 2012 ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมกับ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ด้วยสัญญายืมตัว และกลับมาปิดฉากอาชีพการค้าแข้งและแขวนสตั๊ดกับ ฮาร์ทลี่พูล สโมสรที่เขาเริ่มต้นค้าแข้งอาชีพในปี 2014 นั่นเอง