อดีตผู้กุมบังเหียนจิ้งจอก “มาร์ค แม็คกี” (1994-1995)

จอห์น ฮัตชินสัน นักประวัติศาสตร์ของสโมสร จะมาเล่าเรื่องราวของอีกหนึ่งอดีตผู้จัดการทีมของเลสเตอร์ ซิตี้ อย่าง มาร์ค แม็คกี ซึ่งเคยคุมทีมในช่วงปี 1994-1995

แม็คกี เป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่เน้นสไตล์ฟุตบอลสวยงาม และพาเลสเตอร์ ขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตามเขาอยู่กับสโมสรได้เพียงไม่นาน ก็ต้องอำลาถิ่นฟิลเบิร์ต สตรีทไป

แม็คกี เคยเป็นอดีตนักเตะของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และเคยเป็นลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่อเบอร์ดีน ทีมในศึกสก็อตติช พรีเมียร์ ลีก และพาทีม “พิทโทรดี้” คว้าแชมป์ลีกหลายสมัย รวมถึงรายการคัพ วินเนอร์ส คัพ ที่ทีมเอาชนะ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่จากสเปนลงได้

หลังแขวนสตั๊ด เขารับงานเป็นผู้เล่น-ผู้จัดการทีมของ เรดดิ้ง ด้วยสไตล์เกมรุกที่โดดเด่น เลสเตอร์ ซิตี้ จึงดึงเขามาทำทีมเมื่อเดือนธันวาคมปี 1994 แทนที่ไบรอัน ลิตเติล ที่ไปคุมทีม แอสตัน วิลล่า

เลสเตอร์ ตกชั้นในฤดูกาลนั้น แม้ทีมจะดึงตัวนักเตะอย่าง มาร์ค โรบิ้นส์ , แกร์รี่ พาร์เกอร์ และ ไมค์ กัลโลเวย์ รวมถึงแจ้งเกิด เอมิล เฮสกีย์ ศูนย์หน้าดาวรุ่งในเวลานั้น แต่ทีมก็ไม่รอดตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก ไปเล่นใน ดิวิชั่น 1 เดิม

แม็คกี สร้างทีมใหม่เพื่อหวังพา เลสเตอร์ กลับมาสู่พรีเมียร์ลีก อีกครั้งโดยปล่อยนักเตะอย่างมาร์ค เดรเปอร์ และ เอียน ออร์มอนดรอยด์ พ้นทีมก่อนดึงตัวกองหลังทีมชาติสวีเดนอย่าง พอนตัส คามาร์ค เข้ามาเสริมทีม

แม้ว่า เลสเตอร์ จะเล่นฟุตบอลได้สนุกและน่าตื่นตาตื่นใจ รวมทั้งมีลุ้นเลื่อนชั้น แต่แม็คกี กลับอำลาทีมกลางคัน พร้อมนำสต๊าฟโค้ชของตัวเอง ย้ายไปทำงานที่วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เขามองว่า วูล์ฟส์ เป็นสโมสรที่ใหญ่และมีโอกาสเติบโตมากกว่าเลสเตอร์ แม้ทีมจะพยายามรั้งตัว แม็คกี ไว้แล้ว แต่ไม่ผล และยังต้องจ่ายค่าชดเชยราคาแพงให้กับโค้ชรายนี้

ปรากฎว่า เลสเตอร์ ได้เลื่อนชั้นกลับขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก แต่วูล์ฟส์ ของแม็คกี กลับจบอันดับที่ 20 ในดิวิชั่น 1 ฤดูกาลนั้น ต่อมาเขาโยกย้ายไปเป็นโค้ชให้กับอีกหลายสโมสรอาทิ มิลล์วอลล์ และ ไบรท์ตัน รวมทั้งเคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติสก็อตแลนด์เมื่อปี 2013-2017