“นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพนักฟุตบอลของผม” -คริสเตียน ฟุคส์-

คริสเตียน ฟุคส์ แบ็กซ้ายเลสเตอร์ ซิตี้ ชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก ประกาศอำลาสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ หลังรับใช้สโมสรมาเป็นเวลา 6 ปี

“นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพนักฟุตบอลของผม”

เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา คริสเตียน ฟุคส์ เกือบจะอำลาสโมสรและมุ่งหน้าไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้เวลากับครอบครัวของเขาในนิวยอร์ก ซิตี้

ฟุคส์ เป็นนักเตะคนสำคัญของทีม ในชุดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2016 เขาได้กลายเป็นสมาชิกของครอบครัว “จิ้งจอกสยาม” ไปตลอดชีวิต

ย้อนกลับไปวันที่เข้าร่วมทัพเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2015 อดีตฟูลแบ็กจาก ชาลเก้ 04 ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะอยู่ในถิ่น “คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม” ได้นานและจะประสบความสำเร็จกับสโมสรเช่นนี้

คริสเตียน ฟุคส์ เป็นถึงกัปตันทีมชาติออสเตรีย และคุ้นเคยกับการผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และได้คิดว่า เขาผ่านจุดสูงสุดของอาชีพค้าแข้งไปแล้ว

คริสเตียน ฟุคส์ ให้สัมภาษณ์จากสนามเทรนนิ่ง กราวน์ ของเลสเตอร์ ซิตี้ กับเส้นทางการค้าแข้งของเขา

“ผมตัดสินใจย้ายจากชาลเก้ 04 สโมสรใหญ่ในศึกบุนเดสลีกา เพื่อมาร่วมทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมที่เพิ่งจะรอดจากการตกชั้นอย่างหวุดหวิด”

“ผมคิดว่าเส้นทางอาชีพค้าแข้งผมจบแล้ว หลังจากเคยเล่นในทีมระดับท็อปซิกส์ของบุนเดสลีกา แต่ไม่ใช่เลย มันเหมือนหน้ามือเป็นหลังมือ ผมไม่คิดเลยว่าจะเป็นช่วงที่ดีที่สุดในอาชีพของผม”

“ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพนักเตะยังคงรอผมอยู่ หลังจากที่ผมอำลาทีมระดับท็อปอย่าง ชาลเก้ 04 ผมคิดว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดนั้น ก็คือช่วงที่ผมเล่นให้กับเลสเตอร์ ซิตี้”

“ตอนผมย้ายมาร่วมทีม ผมคาดว่าอีกสองปีทีมก็คงต้องหนีตกชั้นอีก หรือโชคดีหน่อยก็เล่นอยู่กลางตาราง แต่มันกลับตาลปัตรไปหมด ผมมีความสุขมาก ๆ กับการตัดสินใจมาอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้”

“มันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริง ๆ เราเล่นด้วยฟอร์มการเล่นในระดับที่สูงมาก ด้วยวิสัยทัศน์ของเจ้าของสโมสร ที่พยายามพัฒนาทีมให้ดีขึ้นทุกปีที่เราทำงานร่วมกัน ผมไม่เสียใจเลย และมองย้อนกลับไปอย่างภาคภูมิใจ ด้วยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า มันเป็น 6 ปีที่ดีที่สุดในอาชีพนักฟุตบอลของผม”

“ผมรู้สึกภูมิใจมาก และยังคงภูมิใจจนถึงทุกวันนี้ เราประสบความสำเร็จมากมาย ซึ่งมันจะถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์ของสโมสร ผู้คนมากมายทั่วโลกต่างพูดถึงเรา”

“หากคุณไม่ภูมิใจในความสำเร็จแบบนั้นแล้ว ผมว่าไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้คุณภูมิใจได้อีก ผมยังคงจดจำช่วงเวลาแห่งชัยชนะนั้น คือวันที่เราไปดูฟุตบอลที่บ้านของ เจมี่ วาร์ดี้ และเราได้อัดวีดีโอไว้ หลังจากที่ เชลซี เสมอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และทำให้เราคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนั้นอย่างเป็นทางการ”

“ความรู้สึกต่าง ๆ ที่คุณได้เห็นจากในวีดีโอนั้นเป็นเรื่องจริง พวกเราต่างตะโกนด้วยความดีใจอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง! จนคุณไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ผมภูมิใจกับมันมาก”

หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น แฟนบอลทั่วโลกกว่าพันล้านคนได้ชมการแสดงจาก อันเดรีย โบเชลลี ที่ได้มาร้องเพลงในวันที่ดีที่สุดของสโมสร วันนั้น เอฟเวอร์ตัน เป็นทีมเยือนโดยได้ตั้งแถวปรบมือเป็นเกียรติให้กับแชมป์พรีเมียร์ลีกทีมใหม่ ก่อนที่ เคลาดิโอ รานิเอรี่ และ เวส มอร์แกน จะร่วมกันชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก อย่างยิ่งใหญ่

“วันนั้นมันเป็นวันที่สรุปทุกอย่าง” แข้งจิ้งจอกระดับตำนานกล่าวเสริม “นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของอาชีพของทุกคน การที่ได้ชูถ้วยแชมป์ มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดของฤดูกาล”

เลสเตอร์ ซิตี้ เข้าไปโลดแล่นในการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จนผ่านเข้าสู่รอบแปดทีมสุดท้าย

“ในตอนนั้นมีหลายคนคิดว่าทีมเลสเตอร์จะทำขายหน้าในการลงแข่งในแชมเปี้ยนส์ ลีก ”

“แต่เรากลับเป็นทีมสุดท้ายในพรีเมียร์ลีก ที่หลงเหลืออยู่ในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนั้น แม้กระทั่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ตกรอบก่อนเรา การที่ได้เป็นทีมสุดท้ายของพรีเมียร์ลีกที่ตกรอบ เป็นสิ่งหนึ่งที่คุณควรจะภูมิใจ”

คริสเตียน ฟุคส์ เป็นนักเตะที่ทำประตูให้กับทีมไม่มากนัก แต่เมื่อไรก็ตามที่เขายิงประตูได้ เขาก็จะยิงประตูสุดสวยแทบทุกครั้ง

“ประตูแรกที่คุณยิงมักจะเป็นประตูที่พิเศษเสมอ ประตูแรกที่ผมทำได้ เป็นประตูที่เราพบกับ คริสตัล พาเลซ มันเป็นเกมที่ดีมาก แต่ถ้าถามถึงประตูที่ผมชอบมากที่สุด คือประตูในเกมกับ ฟลีตวู้ด ทาวน์ ผมคิดว่าเทคนิคการยิงคือ ผมหลับตาครับ ! ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบอลไปตกที่ไหน ผมเห็นบอลลอยไปและมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากที่มันเป็นประตู”

ในด้านการทำแอสซิสต์ คงมีการแอสซิสต์เดียวเท่านั้นเท่านั้นที่เขาชื่นชอบ นั่นคือการจ่ายบอลแบบ “โน ลุค พาส” ให้ เจมี่ วาร์ดี้ ยิงประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นการยิง ประตูได้ 11 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก แซงหน้าสถิติที่ รุด ฟาน นิสเตลรอย ทำสถิติไว้ก่อนหน้านี้

“แน่นอน ต้องเป็นการแอสซิสต์ประตูที่ 11 ของ วาร์ดี้ แต่มีผมมีปัญหาเดิม ๆ ก็คือ จ่ายแบบไม่มอง มันเป็นจังหวะที่พิเศษมาก ผมแฮปปี้กับ วาร์ดี้ แต่สิ่งที่ทำให้เกิดประตูนั้นเป็นเรื่องการทำงานที่ดีของทีมซึ่งผมยินดีกับ วาร์ดี้ จริง ๆ”

นอกจากนี้ ฟุคส์ยังได้ช่วยให้ เบน ชิลเวลล์ และ เจมส์ จัสติน พัฒนาเป็นแบ็กซ้ายที่โดดเด่น และทำผลงานอย่างยอดเยี่ยม เมื่อถูกส่งลงสนาม รวมถึง ลุค โธมัส ผลผลิตจากเลสเตอร์ อะคาเดมี่ เองก็ได้รับประสบการณ์ล้นเหลือจาก คริสเตียน ฟุคส์ ในสนามซ้อม

แม้จะเคยมีข่าวว่าเขาจะอำลาสโมสรหลายครั้ง แต่เขาก็ยังตัดสินใจอยู่ต่อกับสโมสรอีกหนึ่งปี อย่างไรก็ตามถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องอำลาสโมสรแห่งนี้ หลังจากยืดเวลาในการเดินทางร่วมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ นานกว่าที่คาดไว้ตอนนี้ ฟุคส์ รอคอยที่จะใช้เวลากับครอบครัวของเขาที่นิวยอร์ก ซิตี้

“ผมไม่อยากจะไปหรอกนะ” เขายอมรับ “มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลของผมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ในขณะเดียวกัน ผมไม่เคยมีความลับว่าเป้าหมายของผมคืออะไรและผมต้องการจะไปอยู่จุดไหน ผมพยายามจะกลับไปอยู่กับครอบครัวของผมให้เร็วที่สุด”

“ภรรยาของผมรู้ดีว่า เธอต้องแบ่งปันเวลาของผมกับสโมสร แต่เธอก็สนับสนุนผมมาตลอดในการต่อสัญญาในแต่ละปี”

“พูดตรง ๆ มันเริ่มจะยากขึ้นเมื่อต้องใช้เวลาห่างจากลูก ๆ ของผม ผมไม่อยากจะอำลาแต่ผมก็อยากจะทำหน้าที่พ่อ กับครอบครัวผมเช่นกัน การที่ได้ใช้เวลาร่วมกันและดูเด็ก ๆ เติบโต”

เลสเตอร์ ซิตี้ มีอนาคตที่สดใสหลังคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ล่าสุด ซึ่งคริสเตียน ฟุคส์ จะเฝ้าดูพัฒนาการของทีมจากที่สหรัฐอเมริกา

“เลสเตอร์ จะต้องพัฒนาต่อไป ยังมีสิ่งที่ให้ทีมพัฒนาอีกมาก เราทำหลายอย่างได้ถูกทางแล้วและเล่นฟุตบอลได้ดีมาก”

“เราพยายามจะเปลี่ยนจากทีมชุดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ที่เน้นเล่นรับแล้วโต้กลับ เป็นทีมที่สามารถคอนโทรลเกม และเป็นฝ่ายครองบอลเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่เราได้เห็นมัน ภายใต้การคุมทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส”

“โดยเฉพาะการมีนักเตะดาวรุ่งในทีมหลายคน ดูทีมเราตอนนี้สิ เราเป็นทีมที่มีแต่นักเตะอายุน้อย และพวกเขายังพัฒนาต่อไปได้อีกมาก หากพวกเขายืนหยัดต่อสู้ไปด้วยกัน ทำงานหนักและพัฒนาต่อไป พวกเขาจะเป็นอนาคตที่สดใสของเลสเตอร์”

“เรามีช่วงเวลาที่เล่นไม่ดี และนั่นทำให้พวกเราไม่พอใจและผิดหวัง แต่เราจะไม่สามารถพัฒนาได้เลยหากเราไม่เรียนรู้จากความผิดพลาด”

“เบรนแดน มีแผนกับพวกเขาในฤดูกาลหน้าแล้ว ผมตั้งตารอในการดูการแข่งขันของเลสเตอร์ จากสหรัฐอเมริกา”

นี่คือข้อความจาก คริสเตียน ฟุคส์ ซึ่งไม่ใช่การกล่าวคำอำลา แต่เป็นข้อความถึงแฟนบอลที่พร้อมจะร้องเพลงเรียกชื่อของเขาจากสแตนด์เชียร์ จากระยะเวลากว่า 6 ปี ที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสโมสร

“ทั้งหมดนี้คือข้อความที่ผมอยากจะบอกกับทุกคน ผมไม่ใช่คนที่อยากจะกล่าวคำอาลา ไม่ใช่เลย ผมเชื่อมั่นว่า เราจะต้องได้พบกันอีกหลายครั้งในอนาคต ผมรู้สึกผูกพันกับสโมสรแห่งนี้มากมายเหลือเกิน แล้วพบกันใหม่ครับ!”