Top 3 นัดชิงสุดคลาสสิกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโร

จากนัดชิงชนะเลิศ ของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 15 ครั้งที่ผ่านมา มีเกมนัดชิงชนะเลิศ หลายเกมที่ถูกยกย่องว่าเป็นเกมที่สนุกและเข้าขั้นคลาสสิกอยู่ในใจแฟนบอลทั่วโลก เราจะมาดู Top 3 ของเกมนัดชิงชนะเลิศ ที่ถูกยกย่องว่าคลาสสิกที่สุดตลอดกาลกันครับ

อันดับที่ 3 ฝรั่งเศส 2-1 อิตาลี ยูโร 2000

ทีมชาติฝรั่งเศส แชมป์โลกจากศึกฟร้องซ์ 98 ผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศสมราคาทีมเต็งหนึ่งหลังจากเอาชนะ โปรตุเกส มา 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ขณะที่ อิตาลี ของกุนซือ ดิโน่ ซอฟฟ์ ดวลจุดโทษชนะเจ้าภาพร่วมอย่าง ฮอลแลนด์ มา 3-1

เกมนัดชิงชนะเลิศเป็น อิตาลี ที่ได้ประตูออกนำไปก่อนจาก มาร์โก เดลเวคคิโอ ในนาทีที่ 55 และหลังจากได้ประตูขึ้นนำ แนวรับของทัพ อัซซูรี่ นำโดย อเลสซานโดร เนสต้า และ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ก็สร้างกำแพงเกมรับอย่างแน่นหนา จนเกือบจะได้ฉลองแชมป์ยุโรปในอีกไม่กี่อึดใจ แต่ ซิลแว็ง วิลตอร์ ตัวสำรอง ของฝรั่งเศสก็มาตีเสมอให้กับทีม ตราไก่ ได้ในนาทีที่ 90+4 เกมต้องต่อเวลาออกไปอีก 30 นาที ด้วยกฏโกลเด้นโกล และดาวิด เทรเซเก้ต์ ตัวสำรองอีกคน ก็มาสังหารประตูโกลเด้นโกล ด้วยลูกวอลเล่ย์ด้วยเท้าซ้ายผ่านมือ ฟรานเชสโก้ ตอลโด้ เข้าประตูไปอย่างสวยงาม ฝรั่งเศส คว้าแชมป์ยุโรป ต่อจากแชมป์โลก ได้เป็นทีมแรก อิตาลี ยังคงต้องรอคอยแชมป์ยุโรป สมัยที่ 2 ต่อไป

อันดับที่ 2 เดนมาร์ก 2-0 เยอรมัน ยูโร 1992

เดนมาร์ก ทีมมวยแทนที่ตกรอบคัดเลือกไปแล้วแต่ได้รับการเชิญกลับมาแข่งขันแทน ยูโกสลาเวีย ที่มีปัญหาเรื่องการแบ่งแยกประเทศ กลับสร้างเซอร์ไพรส์ ผ่านเข้ามาชิงชนะเลิศ ในยูโร 92 กับ เยอรมัน แชมป์โลกจากเวิลด์คัพ 90

ในนัดชิงชนะเลิศ เป็นทีมโคนม ที่อาศัยการต่อบอลสั้นสวยงาม และเกมโต้กลับที่คมกริบ เล่นงานทีมแชมป์โลก จนสุดท้าย คว้าชัยชนะไปได้ 2-0 จากประตูของ จอน เจนเซ่น และ คิม วิลฟอร์ต สร้างเทพนิยายเดนส์ คว้าแชมป์ยูโรไปครองได้เป็นสมัยแรก

อันดับที่ 1 ฮอลแลนด์ 2-0 สหภาพ โซเวียต ยูโร 1988

ฮอลแลนด์ ภายใต้การคุมทัพของ ไรนุส มิเชลล์ โชว์ผลงานได้อย่างโดดเด่นภายใต้สไตล์การเล่น โททั่ลฟุตบอล และผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ ด้วยการล้มเจ้าภาพอย่าง เยอรมัน ตะวันตก ขณะที่ สหภาพโซเวียต ทีม “หลังม่านเหล็ก” ภายใต้การคุมทีมของ วาเลอรี่ โลบานอฟสกี้ ก็เป็นทีมทีแข็งแกร่ง ระเบียบวินัยดีเยี่ยมเรียกว่าเป็นคู่ชิงที่ถูกคู่อย่างมาก

ทีม “ฟลายอิ้งดัตช์แมน” มี 3 ทหารเสือ อย่าง รุด กุลลิท,แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด และ มาร์โก แวน บาสเท่น ขณะที่ทีม “หมีขาว” ก็มี อิกอร์ เบลานอฟ เจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ ปี 1986 เป็นตัวชูโรง

รุด กุลลิท โขกเต็มศรีษะให้ ฮอลแลนด์ ขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในครึ่งแรก ก่อนที่ มาร์โก แวน บาสเท่น จะมายิงลูกใบไม้ร่วงผ่านมือ ไรนาต ดาสซาเยฟ ให้ฮอลแลนด์ ชนะไป 2-0 และ เกมนัดชิง ยูโร 88 นี้ ก็กลายเป็น นัดชิงชนะเลิศสุดคลาสสิก ที่อยู่ในใจแฟนฟุตบอลทั่วโลก ไปตลอดกาล

ร่วมให้กำลังใจนักเตะเลสเตอร์ ซิตี้ และเกาะติดกระแสฟุตบอลยูโร 2020 ไปกับเราตลอดทัวร์นาเม้นท์ ที่เฟสบุคแฟนเพจ Leicester City FC Thailand ,www.lcfcthai.com และทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของเรา