“วาร์ดี้”จับมือ”แมดดิสัน” ยิงปืนใหญ่พาจิ้งจอกสยามขึ้นรองฝูง

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดที่ 12 ของฤดูกาล “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้าน คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล โดยก่อนลงสนามเลสเตอร์ อยู่อันดับที่ 4 มี 23 คะแนนจากการลงสนาม 11 นัด ผลงาน 7-2-2 ส่วนทีมเยือน อาร์เซน่อล มี 17 คะแนนจากการลงสนาม 11 นัด ผลงาน 4-5-2

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บจัด 11 ตัวจริงเหมือนกับเกมที่พบกับ คริสตัล พาเลซ เมื่อสัปดาห์ก่อน ในขณะที่ทีมเยือนของ อูไน เอเมอรี่ ใช้ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ กับ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง เป็นหน้าคูู่ โดยมี เมซุต โอซิล ลงเล่นเป็นมิดฟิลด์ จอมทัพ

ผลงานการเจอกันในฤดูกาลที่แล้ว เลสเตอร์ เอาชนะที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม 3-0 แต่บุกไปพ่าย ที่เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม 1-3

รายชื่อผู้เล่น : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล,ริคาร์โด้ เปเรยร่า,จอนนี่ อีแวนส์,ชากลาร์ โซยุนชู,เบน ชิลเวลล์,วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้,ยูริ ติเลอม็องส์,เจมส์ แมดดิสัน,อโยเซ่ เปเรซ,ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และ เจมี่ วาร์ดี้

สำรอง : แดนนี่ วอร์ด,เจมส์ จัสติน,เวส มอร์แกน,เดมาราย เกรย์,ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้,มาร์ค อัลไบรท์ตัน ,เดนนิส ปราท

เริ่มเกมเป็น เจ้าบ้านเลสเตอร์ ซิตี้ ที่เดินหน้าไล่เพรสซิ่งกดดัน ทีมเยือนอย่างหนักและเกือบจะได้ลุ้นจากเจมี่ วาร์ดี้ แต่ยังคลำเป้าไม่เจอ

นาทีที่ 14 อาร์เซนอล ทำเกมกันได้สวยก่อนที่ ลากาแซ็ตต์ จะได้จบด้วยการยิงแต่บอลออกข้างเสาออกไปอย่างน่าหวาดเสียว

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเริ่มเกมเป็นอุปสรรคต่อการเล่นของทั้งสองทีมพอสมควร การจับบอลและการคอนโทรลบอลเป็นไปอย่างลำบาก

นาทีที่ 23 จิ้งจอกสยาม ตัดบอลได้จากกลางสนาม เจมี่ วาร์ดี้ ปาดเข้ากลางบอลเลย ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ไปถึง ยูริ ติเลอม็องส์ ได้ยิงแต่ยังไปติดแนวรับ ปืนใหญ่ออกหลัง

นาทีที่ 26 เอ็คตอร์ เบเยริน จ่ายบอลพลาดเข้ากลางทำให้ อโยเซ่ เปเรซ ได้ยิงด้วยซ้ายบอลข้ามคานออกไป

นาทีที่ 32 เลสเตอร์ ขึงเกมรุกอย่างหนักจังหวะสุดท้าย อโยเซ่ เปเรซ ได้ครอสเข้ามาหน้าประตู เจมี่ วาร์ดี้ เข้าชาร์จพลาดไปนิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 37 จากลูกเตะมุม เจมส์ แมดดิสัน หยอดให้ ยูริ ติเลอม็องส์ วอลเล่ย์ ด้วยขวาจากบริเวณหัวกะโหลก บอลไปติดบล็อก แนวรับปืนใหญ่ออกหลัง

นาทีที่ 42 เจมส์ แมดดิสัน รับหน้าที่ปั่นฟรีคิก มุมกรอบเขตโทษทางซ้าย บอลโค้งหลุดสามเหลี่ยมไปแค่ไม่ถึงฟุต

นาทีที่ 44 เบน ชิลเวลล์ ได้ตักบอลด้วยเท้าขวาให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ โขกเช็ด แต่ผิดเหลี่ยม บอลออกข้างเสาไปอย่างน่าผิดหวัง จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0

เริ่มครึ่งหลังเลสเตอร์ ยังคงเป็นฝ่ายบุกได้มากกว่า แต่จังหวะโต้ของ อาร์เซน่อล ของ เอคตอร์ เบเยริน ก็เกือบทำให้อาร์เซน่อล ได้ประตูเมื่อ เบเยริน ได้ยิงไกลจากนอกเขตโทษบอลข้ามคานไปนิดเดียว

นาทีที่ 55 จังหวะสวนของอาร์เซน่อล โอบาเมย็อง ส่งบอลเข้าประตูไปแต่โดนจับล้ำหน้าก่อน

นาทีที่ 66 เดมาราย เกรย์ที่ได้เปลี่ยนตัวลงมาแทน อโยเซ่ เปเรซ ได้ยิงด้วยซ้ายนอกกรอบเขตโทษบอลพุ่งตรงกรอบแต่ยังไปติดเซฟ แบนด์ เลโน่

นาทีที่ 68 กองเชียร์ “จิ้งจอกสยาม” ก็ได้เฮกันกระหื่ม เมื่อ ยูริ ติเลอม็องส์ ทำชิ่งกับ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ แล้วหลุดเข้าเขตโทษมาเปิดเข้ากลางให้ เจมี่ วาร์ดี้ ยิงด้วยขวาเข้าไปง่าย ๆ เลสเตอร์ ขึ้นนำ 1-0 และเป็นประตูที่ 11 ในฤดูกาลนี้ของ เจมี่ วาร์ดี้

นาทีที่ 72 เลสเตอร์ เกือบได้ประตูที่ 2  เมื่อ เดมาราย เกรย์ กระชากหนีแนวรับอาร์เซนอล แล้วไหลให้ วาร์ดี้ กระหน่ำเต็มแรงแต่ยังไปติดเท้า ของเลโน่

นาทีที่ 73 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ปรับทัพอีกรอบ ส่งเดนนิส ปราท ลงมาเก็บบอลตรงกลางแทน ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ที่เริ่มอ่อนแรงลงไป

นาทีที่ 76 เลสเตอร์ มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ เจมี่ วาร์ดี้ ไหลให้ เจมส์ แมดดิสัน กดเรียดเสียบเสาเข้าไปอย่างงดงาม

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ เลสเตอร์ ซิตี้ ชนะ อาร์เซน่อล ไป 2-0 เก็บ 3 คะแนนแซงเชลซี ขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูง โดยมี 26 คะแนนจากการลงสนาม 12 นัด

โปรแกรมนัดต่อไปเลสเตอร์ จะบุกไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2562 เวลา 22.00 น.