วาร์ดี้ไล่ยิงตีเสมอปืนใหญ่ 10 คน

เลสเตอร์ ซิตี้ ลงสนามเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 34 โดยบุกไปเยือน อาร์เซน่อล ที่ เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม โดยก่อนลงสนาม เลสเตอร์ อยู่ในอันดับที่ 4 ของตาราง มี 58 คะแนนจาก 33 นัด ส่วนเจ้าบ้าน “ปืนใหญ่” มี 49 คะแนนจาก 33 นัดอยู่ในอันดับที่ 7

เลสเตอร์ กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งหลังนัดที่แล้ว เปิดบ้านถล่ม คริสตัล พาเลซ ไปะถึง 3-0 ในขณะที่ลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า กลับมามีฟอร์มที่สุดยอดเช่นกัน ชนะรวดในลีกมา 3 เกมแล้ว นัดล่าสุด บุกไปชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ปรับทัพเล็กน้อย ส่งไรอัน เบนเน็ตต์ ลงเป็นตัวจริงหลังจากที่เกมที่แล้วลงมาเล่นเป็นตัวสำรองและทำผลงานได้ดี ส่วนสองนักเตะสำคัญอย่าง เบน ชิลเวลล์ และ เจมส์ แมดดิสัน ไม่ฟิตพอไม่มีรายชื่อทั้งสองคน

รายชื่อผู้เล่น : 3-4-1-2
แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล,ไรอัน เบนเน็ตต์,จอนนี่ อีแวนส์,ชากลาร์ โซยุนชู,เจมส์ จัสติน,ยูริ ติเลอม็องส์,วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้,มาร์ค อัลไบรท์ตัน,อโยเซ่ เปเรซ,เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ และ เจมี่ วาร์ดี้

สำรอง : แดนนี่ วอร์ด,เวส มอร์แกน,เดมาราย เกรย์,ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์,ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้,แม็ตตี้ เจมส์,น็อมปาลิส เมนดี้,เดนนิส ปราท และ คริสเตียน ฟุคส์

น.12 เลสเตอร์ ได้โอกาสก่อนจากจังหวะลูกเตะมุมสั้น มาร์ค อัลไบรท์ตัน เล่นสั้น กับ อโยเซ่ เปเรซ แล้วหักเข้ากลางให้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งตรงกรอบ แต่ เอมิเลียโน่ มาติเนซ ยังเซฟไว้ได้ด้วยเท้า

น.21 เป็นโอกาสของเจ้าบ้านที่ขึ้นนำ 1-0 เมื่อ ดานี่ เซบายอส จ่ายทะลุให้ บูกาโย่ ซาก้า โยกหลอก จอนนี่ อีแวนส์ แล้วเปิดเข้ากลางให้ โอบาเมย็อง ยิงผ่านมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ลเข้าไป เจ้าถิ่นนำ 1-0

น.29 แนวรับฝั่งซ้ายเลสเตอร์ ยังคงมีปัญหา อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ ไหลบอลออกด้านข้างให้ บูกาโย่ ซาก้า ยิงไปติดเซฟของ ชไมเคิ่ล

น.32 แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ต้องโชว์ซูเปอร์เซฟ สองครั้งซ้อน ๆ จากจังหวะกลับตัวยิงบริเวณ จุดโทษของ ลากาแซ็ตต์ และ จังหวะบอลต่อเนื่อง เอคตอร์ เบเยริน ได้ยิงมุมแคบ ชไมเคิ่ล ก็ปัดข้ามคานไปได้อีก

น.35 อิเฮียนาโช่ ส่งบอลเข้าประตูได้จากจังหวะเปิดทางด้านซ้ายของเจมี่ วาร์ดี้ แต่ ผู้ช่วยผู้ตัดสิน สะบัดธงเป็นจังหวะฟาวล์ของ อิเฮียนาโช่ ก่อน

น.39 เบเยริน เปิดบอลจากริมกรอบเขตโทษด้านขวาให้ ลากาแซ็ตต์ โขกเต็ม ๆ ชไมเคิ่ล เซฟไว้ได้สบาย ๆ

ช่วงท้ายครึ่งแรก มีการปะทะกันต้องปฐมพยาบาลหลายครั้ง จบครึ่งเวลาแรก เลสเตอร์ ยังตามหลังอยู่ 0-1

เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่สองนาที เลสเตอร์ ได้โอกาสทักทายก่อน เจมี่ วาร์ดี้ หลุดไปถึงเส้นหลังหักกลับเข้ามากลางประตู เจมส์ จัสติน ยิงด้วยซ้ายบอลยังไปติดบล็อก ดาวิด ลุยซ์

น.52 อาร์เซน่อล ได้ฟรีคิก ดาวิด ลุยซ์ ยิงแฉลบกำแพง กำลังจะมุดเข้าเสาแต่แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ก็ยังพุ่งปัดออกข้างเสาได้อีก

น.55 วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ตัดบอลได้ตรงกลางสนาม จ่ายต่อให้ วาร์ดี้ กระชากขึ้นทางขวา แล้วเปิดโค้งเข้าเขตโทษให้ อิเฮียนาโช่ วอลเล่ย์ ด้วยซ้าย ไปตรงตัว มาร์ติเนซ

น.58 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ขยับเปลี่ยนตัว เอา ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ กับ คริสเตียน ฟุคส์ ลงมาเล่นแทน เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ กับ มาร์ค อัลไบรท์ตัน

น.67 จากลูกเตะมุม อเล็กซ็องดร์ ลากาแซตต์ ชาร์จบอลเข้าประตูไปได้ แต่ เชน แมสซี่ ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงเป็นจังหวะล้ำหน้า

น.73 อาร์เซนอล ต้องมาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ ที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงมาไปย่ำใส่เข่าของ เจมส์ จัสติน ผู้ตัดสิน คริส คาวานาฟ ดู VAR แล้ว ควักใบแดงไล่ออกจากสนามไป อาร์เซน่อล เหลือ 10 คนแล้ว

น.75 เลสเตอร์ ปรับมาเล่นแบ็กโฟร์ โดยเปลี่ยนเอา ไรอัน เบนเน็ตต์ ออกไปพัก แล้วส่ง เดมาราย เกรย์ ลงมาเล่นแทน

ร็อดเจอร์ส สั่งลูกทีมเดินหน้าเล่นเกมรุกเต็มที่ ส่ง เดนนิส ปราท ลงมาเล่นแทน วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้

น.84 ทัพจิ้งจอกสยาม ก็มาตีเสมอได้สำเร็จเมื่อ เดมาราย เกรย์ เปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษ เจมี่ วาร์ดี้ ปราดเข้ามาแปด้วยเท้าซ้าย ตีเสมอเป็น 1-1

ช่วงท้ายเกมเลสเตอร์ ที่เป็นต่อตัวผู้เล่นบุกอย่างหนัก แต่ก็ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ หมดเวลา เสมอกันไป 1-1

เลสเตอร์ มี 59 คะแนนจาก 34 นัด อยู่ในอันดับที่ 4 ของตาราง อาร์เซน่อลมี 50 คะแนนจาก 34 นัดอยู่ในอันดับที่ 7 โปรแกรมนัดต่อไปเลสเตอร์ ซิตี้ จะบุกไปเยือนบอร์นมัธ คืนวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563 เวลา 01.00 น.