วาร์ดี้ยิงเกินร้อยจิ้งจอกสยามตะปบอินทรี 3-0

“จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ลงเล่นเกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดที่ 33 ของฤดูกาล โดยกลับมาเปิดบ้าน “คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม” รับการมาเยือนของ “อินทรีผงาด” คริสตัล พาเลซ

เลสเตอร์ อยู่ในอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนมี 55 คะแนนจาก 32 นัด ในขณะทีทีมเยือน คริสตัล พาเลซ อยู่ในอันดับที่ 12 ของตารางมี 42 คะแนนจาก 32 นัด ผลงานนัดล่าสุดเลสเตอร์ บุกไปพ่าย เอฟเวอร์ตัน 1-2 ส่วน พาเลซ ถูกเบิร์นลี่ย์ บุกชนะถึงถิ่น เซลเฮิร์สท์ พาร์ค 0-1

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ไม่มี เจมส์ แมดดิสัน ที่บาดเจ็บสะโพกเรียกความฟิตกลับมาไม่ทัน โดยปรับมาเล่นในระบบ 3-4-1-2 ปราการหลังตัวกลางสามคนใช้ เจมส์ จัสติน,จอนนี่ อีแวนส์ และ ชากลาร์ โซยุนชู วิงแบ็กฝั่งขวาเป็นหน้าที่ของ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ซ้าย เบน ชิลเวลล์ มิดฟิลด์ คู่กลาง วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ จับคู่กับ ยูริ ติเลอม็องส์ หน้าต่ำ เป็น อโยเซ่ เปเรซ หน้าคู่ ให้เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ลงเล่นคู่กับ เจมี่ วาร์ดี้

ขณะที่ ทีมเยือนของ รอย ฮ็อดจ์สัน นำทีมมาโดย วิลฟรีด ซาฮา และ คริสเตียน เบนเทเก้

รายชื่อผู้เล่น : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล,เจมส์ จัสติน,จอนนี่ อีแวนส์,เบน ชิลเวลล์,ยูริ ติเลอม็องส์,วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้,มาร์ค อัลไบรท์ตัน,อโยเซ่ เปเรซ,เจมี่ วาร์ดี้ และ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่

สำรอง : แดนนี่ วอร์ด,เวส มอร์แกน,เดมาราย เกรย์,ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์,ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้,น็อมปาลิส เมนดี้,เดนนิส ปราท,คริสเตียน ฟุคส์,ไรอัน เบนเน็ตต์

น.8 เจ้าถิ่นได้โอกาสทักทายก่อน เมื่อมาร์ค อัลไบรท์ตัน เปิดโค้งจากริมเส้นฝั่งขวาให้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ กระโดดขึ้นโขกแต่บอลหลุดออกข้างเสา

น.14 เลสเตอร์ ขึงเกมรับหน้ากรอบเขตโทษอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะจบด้วยจังหวะยิงจากกรอบเขตโทษของ เจมส์ จัสติน บอลไปชนคานดังสนั่น

น.16 จากจังหวะที่ มามาดู ซาโก้ จ่ายบอลพลาด อโยเซ่ เปเรซ ตัดบอลได้ จ่ายทะลุให้ วาร์ดี้ ปาดเข้ากลาง แต่ยังไปติด ซาโก้ อีก

จังหวะต่อเนื่อง จอนนี่ อีแวนส์ เก็บตกบอลในเขตโทษ แล้วหักคืนหลังให้ อโยเซ่ เปเรซ ยิงเต็มๆ บอลไปโดนหลังซาโก้ ออกไปอย่างหวุดหวิดเลสเตอร์ พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย

น.28 เป็นโอกาสของทีมเยือนบ้าง แพทริค ฟาน อานโฮลท์ หนีมาร์ค อัลไบรท์ตัน ไปเปิดเข้ากลางน่ากลัว โซยุนชู โฉบมาตัดหน้า เบนเทเก้ โขกออกหลังไปได้ก่อน

น.31 อิเฮียนาโช่ ไปทำฟาวล์ ฟาน อานโฮลท์ หน้าเขตโทษ มิลิโวเยวิช ปั่นฟรีคิกหลุดกรอบไปแบบได้ลุ้น

น.36 ฟาน อานโฮลท์ สกัดบอลไม่ดี บอลโด่งเข้าแดนตัวเอง อโยเซ่ เปเรซ เอาบอลลงแล้วจ่ายทะลุให้ เจมี่ วาร์ดี้ แต่ วาร์ดี้ จับบอลไม่อยู่ ไม่ได้จังหวะยิง

จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0

ครึ่งหลัง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เปลี่ยนเอา เบน ชิลเวลล์ ออก แล้ว ส่ง ไรอัน เบนเน็ตต์ ลงมาเล่นแทน โดยขยับให้ เจมส์ จัสติน ไปเล่นเป็นวิงแบ็กขวา แล้ว ขยับเอา มาร์ค อัลไบรท์ตัน มาเล่นวิงแบ็กฝั่งซ้ายแทน

เริ่มมาได้แคสองนาที อัลไบรท์ตัน ได้เปิดโค้งเข้าเขตโทษ เจมี่ วาร์ดี้ ขวิดทันทีบอลข้ามคาน เกมดำเนินมาถึง น.49 เลสเตอร์ ซิตี้ ก็มาได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ ยูริ ติเลอม็องส์ เปิดจากริมเขตโทษด้านซ้ายเข้ามาหน้าประตู เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ปราดเข้ามายิงง่าย ๆ ให้ทีม “จิ้งจอกสยาม” ออกนำแล้ว 1-0

น.55 เจมี่ วาร์ดี้ ได้ยิงด้วยซ้ายในเขตโทษ แต่จังหวะยิง แกรี่ เคฮิลล์ เข้ามาขวางทำให้ยิงไม่ถนัดบอลออกข้างเสา

น.60 พาเลซ มีโอกาสตีเสมอ เมื่อ แกรี่ เคฮิลล์ สอดขึ้นมาโขกเต็ม ๆ แต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังเซฟไว้ได้ที่เส้นหวุดหวิด

น.62 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ปรับแผนอีกครั้ง ส่งเดนนิส ปราท ลงมาเสริมแดนกลาง แล้วเอา เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ออกไปพัก

น.75 เลสเตอร์ เปลี่ยนทีเดียวสองคน เอา คริสเตียน ฟุคส์ กับ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ลงมาเล่นแทน มาร์ค อัลไบรท์ตัน และ อโยเซ่ เปเรซ

น.77 เลสเตอร์ มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ไปฉกบอลจากความผิดพลาดของ มามาดู ซาโก้ แล้ว จ่ายนิ่ม ๆ ให้ เจมี่ วาร์ดี้ แปเข้าไปง่าย ๆ เป็นประตู 2-0 และเป็นประตูที่ 100 ในพรีเมียร์ลีกของเจมี่ วาร์ดี้ ด้วย

น.89 วิลฟรีด ซาฮา ได้โอกาสเข้าไปดวลตัวต่อตัว กับ ชไมเคิ่ล แต่ดีดบอลข้ามคานออกไป

ช่วงท้ายเกม “จิ้งจอกสยาม” มาได้ประตูปิดท้ายจาก เจมี่ วาร์ดี้ ที่หลุดเดี่ยวไปชิพนิ่ม ๆ ข้ามมือ บิเซนเต้ กวยต้า เข้าไป เลสเตอร์ นำ 3-0 และชนะไปด้วยสกอร์นี้

เลสเตอร์ ซิตี้ มี 58 คะแนนจาก 33 นัดอยู่ในอันดับที่ 3 ของตาราง โปรแกรมนัดต่อไปเลสเตอร์ จะบุกไปเยือน อาร์เซน่อล คืนวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563 เวลา 02.15 น.